สหพันธ์ขนส่งฯ ยัน 20 พ.ค. ขึ้นค่าขนส่ง หลังภาษีดีเซลลดแต่ราคาหน้าปั๊มไม่ลด
18 พ.ค. 2565
สหพันธ์ขนส่งฯ ลั่น 20 พ.ค. นี้ ผู้ประกอบการทุกรายขึ้นค่าขนส่งแน่นอน หลัง ครม. มีมติลดภาษีดีเซลแต่ราคาหน้าปั๊มไม่ลด พร้อมปูดกระบวนการส่วยสติ๊กเกอร์ช่วงน้ำมันแพง
ข่าว
18 พ.ค. 2565
สหพันธ์ขนส่งฯ ลั่น 20 พ.ค. นี้ ผู้ประกอบการทุกรายขึ้นค่าขนส่งแน่นอน หลัง ครม. มีมติลดภาษีดีเซลแต่ราคาหน้าปั๊มไม่ลด พร้อมปูดกระบวนการส่วยสติ๊กเกอร์ช่วงน้ำมันแพง
วันนี้ (18 พ.ค.) นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ กบน. ระบุว่า แม้กระทรวงการคลังจะต่ออายุลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง 5 บาทต่อลิตรนาน 2 เดือน แต่จะไม่มีผลต่อราคาขายปลีกหน้าปั๊มลดลงจากลิตรละ 32 บาท เนื่องจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงติดลบและมีโอกาสทะลุแสนล้านบาท โดยระบุว่า กรณีดังกล่าวทางกลุ่มผู้ประกอบการต้องกลับไปเจรจากับลูกค้าผู้ใช้บริการขนส่งอีกรอบ หลังจากที่เตรียมปรับขึ้นค่าบริการอีก 15 - 20% ในวันที่ 20 พ.ค.นี้ แต่ลูกค้าได้ขอชะลอไว้ หลัง ครม. มีมติดังกล่าว ทำให้ตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. นี้ กลุ่มผู้ประกอบการทั้งหมดจะขึ้นราคาค่าขนส่งอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการบางส่วนได้ขึ้นค่าขนส่งไปแล้วเฉลี่ย 20% ตั้งแต่รัฐบาลลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล โดยทางสหพันธ์ฯ ยืนยันว่า หากราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกลดลงจาก 32 บาทต่อลิตร จะลดค่าขนส่ง 3% ต่อ ราคาน้ำมันที่ลดลง 1 บาท
นายอภิชาติ กล่าวว่า ทางสหพันธ์ฯ ยืนยัน เรียกร้องให้รัฐบาลนำไบโอดีเซล ซึ่งราคาสูงมากถึงลิตรละ 70 บาท ที่ใช้ผสมน้ำมันออกจากระบบชั่วคราว จนกว่าราคาน้ำมันจะเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อช่วยลดราคาน้ำมันดีเซลลงได้ 1.50 - 2 บาทต่อลิตร เพราะขณะนี้ ราคาปาล์มน้ำมันในตลาดแพงขึ้นถึง กิโลกรัมละ 11 - 12 บาท สูงกว่าราคาประกันที่รัฐบาลให้แล้ว เนื่องจากเป็นที่ต้องการในตลาดโลกและอินโดนีเซียยังระงับการส่งออกน้ำมันปาล์ม มองว่าเกษตรกรจะไม่เดือดร้อน และรัฐบาลสามารถใช้โอกาสนี้ ส่งเสริมให้ส่งออกน้ำมันปาล์มได้ ถ้าถอดไบโอดีเซลออกจาก ส่วนผสมน้ำมันเพื่อการขนส่ง
นายอภิชาติ ยังกล่าวถึงกระบวนการส่วยสติ๊กเกอร์ว่า กำลังระบาดหนักในช่วงน้ำมันแพง รถบรรทุกราว 50,000 - 100,000 คัน ลักลอบขนสินค้าเกินพิกัดที่กฎหมายกำหนด เฉลี่ยถึงเท่าตัวต่อรอบ ซึ่งทางสมาชิกสหพันธ์ฯ ทั่วประเทศไทยร่วมมือกันตรวจสอบ และทำงานร่วมกับตำรวจทางหลวง เบื้องต้นพบว่า ราคาสติกเกอร์สูงถึง 25,000 บาทต่อใบ หากคำนวณอย่างง่าย เบื้องต้นพบว่ามีรายได้เข้ากระเป๋าผู้ร่วมขบวนการส่วนนี้ ไม่ต่ำกว่า 1,250 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งสมาชิกสหพันธ์ ที่เป็นเครือข่ายคอยสอดส่องดูแล มีทั้งคลิปวิดีโอและภาพถ่าย และจะเดินหน้าเรียกร้องให้ปรับปรามการกระทำดังกล่าวอย่างเต็มที่
