โฆษกรัฐบาล เผย นายกฯ ติดตามสถานการณ์แรงงานต่างชาติกลับเข้ามาทำงานในไทย กำชับ กระทรวงแรงงานเตรียมแนวทางดูแลและดำเนินการให้สอดคล้องกับมาตรการด้านสาธารณสุข

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

13 พฤษภาคม 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามสถานการณ์การแรงงานต่างชาติกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทย เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับกระทรวงแรงงานให้เตรียมพร้อมแนวทางการดูแลแรงงาน และดำเนินการให้สอดคล้องกับมาตรการด้านสาธารณสุขในการเดินทางเข้าประเทศไทย

นายกฯ ติดตาม นำแรงงานต่างชาติกลับเข้ามาทำงาน กำชับ เข้มมาตรการสาธารณสุข

 

หลังจากเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2565 กระทรวงแรงงานได้นำแรงงานสัญชาติเมียนมา จำนวน 287 คน กลับเข้ามาทำงานในประเทศไทยตามข้อตกลงความร่วมมือด้านแรงงาน (MOU) กลับเข้ามาทำงานกับนายจ้างในประเทศ ผ่านเส้นทางย่างกุ้ง-เมียวดี-แม่สอด ซึ่งเป็นแรงงานเมียนมากลุ่มแรกที่เข้ามาทำงานหลัง ศบค. มีมติผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 และในวันที่ 11 พ.ค. 2565 ก็ได้นำแรงงานสัญชาติเมียนมากลุ่มที่ 2 จำนวน 301 คน เดินทางตามเข้ามาทางด่านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก รวมเป็นแรงงานสัญชาติเมียนมาที่นำกลับเข้ามาทำงานทั้งสิ้น 588 ราย

นอกจากนี้ ให้กระทรวงแรงงานเตรียมความพร้อม และวางแนวทางการนำแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในไทยให้สอดคล้องกับมาตรการด้านสาธารณสุข ที่กระทรวงแรงงานได้กำหนดไว้ว่า ก่อนเดินทางเข้าไทย ต้องแสดงเอกสารหลักฐานที่ยืนยันหรือแสดงว่ามีนายจ้างหรือผู้รับอนุญาตให้นำแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงาน ที่ได้รับการรับรองโดยกระทรวงแรงงานว่า เป็นผู้รับแรงงานเข้ามาทำงานในราชอาณาจักร พร้อมแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนโควิด-19 กรมธรรม์คุ้มครองการรักษาโรคโควิด-19 ครอบคลุมความคุ้มครอง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในกรณีรับวัคซีนครบโดส ให้นายจ้างแจ้ง วัน เวลาเดินทางที่ศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้างล่วงหน้า ส่วนกรณีรับวัคซีนไม่ครบโดส และไม่มีผลตรวจ RT – PCR ใน 72 ชั่วโมง แจ้งกำหนดวันเดินทางเข้ามาในประเทศ ต้องมีหลักฐานการยืนยันว่ามีสถานที่กักตัว (อย่างน้อย 5 วัน)

นายกฯ ติดตาม นำแรงงานต่างชาติกลับเข้ามาทำงาน กำชับ เข้มมาตรการสาธารณสุข

สำหรับแนวทางการเดินทางเข้าไทย สามารถเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรได้ 3 ช่องทาง ประกอบด้วย ทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ หากรับวัคซีนครบโดส หรือฉีดวัคซีนไม่ครบแต่มีผลตรวจ RT – PCR ใน 72 ชั่วโมง ไม่ต้องกักตัว สามารถรับการตรวจเอกสารหลักฐาน ตรวจลงตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นระยะเวลา 2 ปี โดยจะต้องตรวจสุขภาพ 6 โรค ตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยใช้ชุดตรวจ ATK ซึ่งดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ บุคลากรทางการแพทย์ หรือตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

หลังจากนั้น หากไม่พบเชื้อ แรงงานทั้ง 3 สัญชาติจะเข้ารับการอบรม ณ ศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้าง รับใบอนุญาตทำงานจากสำนักงานจัดหางานจังหวัด และเข้าทำงานในสถานประกอบการได้ ส่วนกรณีพบเชื้อ ถ้าไม่มีอาการ หรือเป็นผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวให้กักตัวที่สถานกักตัวแบบ Organizational Quarantine (OQ) หากมีอาการกลุ่มสีเหลือง หรือสีแดง ให้กรมธรรม์ประกันภัยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจหรือรักษา หากมีส่วนที่ไม่ครอบคลุมนายจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

นายกฯ ติดตาม นำแรงงานต่างชาติกลับเข้ามาทำงาน กำชับ เข้มมาตรการสาธารณสุข

 

“นายกรัฐมนตรีเข้าใจข้อจำกัด และความต้องการของนายจ้าง สถานประกอบการ และภาคอุตสาหกรรม ที่จำเป็นต้องใช้แรงงานในการดำเนินธุรกิจ รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงาน จึงมุ่งมั่นที่จะนำแรงงานต่างชาติกลับเข้ามาทำงานให้ได้โดยเร็ว เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าแรงงานของนายจ้างและสถานประกอบการ อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีห่วงใย และเพื่อควบคุมสถานการณ์เพื่อความปลอดภัยของคนไทย ได้กำชับกระทรวงแรงงานให้เตรียมแนวทางการดูแลแรงงาน และดำเนินการให้สอดคล้องกับมาตรการด้านสาธารณสุข พร้อมขอความร่วมมือนายจ้างและสถานประกอบการให้คำนึงถึงความปลอดภัยด้านสาธารณสุขของไทย ลดความเสี่ยงการแพร่ระบาด โดยไม่จ้างแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาโดยผิดกฎหมาย” นายธนกร กล่าว