นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า ไม่เข้าใจที่ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. และ พล.ต.ต.อุดร ยอมเจริญ รอง ผบช.ภ.1 ออกมาโต้ตอบเมื่อวานนี้ ตนไม่อยากเห็นการโต้วาที สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรทำคดีให้สิ้นข้อสงสัย แต่กลับบอกว่าส่งสำนวนให้อัยการแล้ว ซึ่งใช้เวลาเร็วมาก ทั้งที่มีถึง 20 ประเด็นที่ต้องสอบเพิ่ม รวมถึง การที่อัยการเรียกแพทย์นิติเวชนั้น เป็นการเรียกในฐานะอะไร และมีหนังสือหรือไม่
ที่ผ่านมา เมื่อเปิดเผยหลักฐานเพียงเล็กน้อย ก็ถูกกล่าวหาว่าเปิดเผยไม่ครบถ้วน เมื่อเปิดเผยหลักฐานจำนวนมาก กลับถูกฟ้องร้องในข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
นายอัจฉริยะ กล่าวเรียงลำดับประเด็นที่ คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ยังไม่สามารถตอบสังคมได้ ดังนี้ บาดแผลขาขวา, การพลัดตกท้ายเรือนั้นเป็นจริงหรือไม่ เพราะไม่มีภาพขณะตกเรือ และการจับขา นายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือ แซน แต่ยืนยันว่าไม่ต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, นิติเวช รวมถึงกองพิสูจน์หลักฐาน แต่ต้องการหาความจริง ส่วนประเด็นยาเสียสาวนั้น ตนเองไม่ได้ติดใจ เนื่องจากบางคนอาจใช้เพื่อรักษาอาหารเครียด หรือเป็นยานอนหลับ ซึ่งตนเองก็ใช้อยู่ทุกวัน แต่สงสัยว่าเหตุใด พล.ต.ต.ว จึงไม่ทำการตรวจสารเสพติด แซน โดยอ้างว่าแซนไม่ยินยอม ส่วนการที่ตนไม่นำหลักฐานไปให้ทางคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 เป็นเพราะพนักงานสอบสวนชุดดังกล่าวไม่มีความน่าเชื่อถือ เคยถูกจับว่ามีการนำพนักงานสอบสวนปลอมมาทำคดี ซึ่งเป็นการประพฤติมิชอบ นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนคนหนึ่งยังเคยทำคดีลัลลาเบล จนสุดท้ายแล้วศาลยกฟ้อง