ตอนนี้ไม่แปลกใจเลยที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ออกมาปกป้อง พล.ต.ต.ตัวย่อ “ว.” ทั้งที่มีหลักฐานชัดหลายอย่าง แต่กลับนิ่งเฉย ส่วนตัวไม่เข้าใจ ผบ.ตร.ที่เป็นนักสืบระดับประเทศ เรื่องแค่นี้ทำไมจะดูไม่ออกว่า ตกท้ายเรือจริงหรือไม่ แต่กลับเชื่อคำพูดของ “แซน” ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากว่า ไปนั่งปัสสาวะตรงกราบเรือ ที่มีน้ำท่วมตลอดเวลา ก่อนตกน้ำ
นอกจากนี้ยังมีหลักฐานว่า ผบก.นิติเวช ยอมรับว่า บาดแผลขาข้างขวา ไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ และการจำลองท้ายเรือหลายครั้ง พบว่าไม่สามารถเข้าได้กับใบพัดเรือเลย แต่กลับมีข้อสรุปว่าโดนใบพัดเรือ ส่วนตัวสงสัยมาก เมื่ออัยการส่งสำนวนให้มาสอบเพิ่มเติม 20 ประเด็น เมื่อช่วงวันที่ 6 พ.ค.แต่เมื่อวานนี้ (9 พ.ค.) ทางโฆษตำรวจ บอกว่าคืนสำนวนให้อัยการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
“ผมอยากถามว่า สอบอะไรเร็วแบบนั้น ทั้งที่อัยการบอกว่า ต้องใช้เวลาอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 20 วัน อาจจะไม่ทันวันที่ 27 พ.ค.ที่จะมีการรายงานตัว ตรงนี้น่าสงสัยว่า มีการสอบสวนเพิ่มเติมเร็วมาก 20 กว่าประเด็น เสร็จภายในไม่กี่วัน ผมไม่อยากมาโต้วาทีกับตำรวจ แต่อยากทำให้ประชาชนเห็นเรื่องกระบวนการยุติธรรมไทย”
ตอนนี้ตำรวจต้องตอบสังคมให้ได้ 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1.บาดแผลขาข้างขวา เกิดจากอะไร 2.ตกท้ายเรือจริงหรือไม่ เพราะไม่มีวิดีโอการตกเรือของผู้ตาย 3.ผู้ตายมีการจับขา “แซน” จริงหรือไม่ เพราะไม่มีอะไรบ่งชี้ว่า มีการจับขา หรือ “แตงโม” เดินมาท้ายเรือ มีเพียงคำพูดคนบนเรือเท่านั้น ส่วนทรายที่มือกำไว้ และที่อยู่ในปอด มาจากอะไร
ส่วนประเด็นเรื่อง “ยาเสียสาว” หรือยานอนหลับ ตนเองไม่ติดใจ เพราะกินเป็นประจำเหมือนกัน เพื่อให้คลายเครียด และนอนหลับได้ แต่ติดใจเรื่องทำไม พล.ต.ต.ตัวย่อ “ว.” ไม่ตรวจแอลกอฮอล์ และสารเสพติดจาก “แซน” ตรงนี้เป็นการใช้อภิสิทธิ์ชนหรือไม่
นอกจากนี้ยังมีการเปิดพิรุธพนักงานสอบสวนในคดี “แตงโม” โดยพบว่า หนึ่งในพนักงานสอบสวน เคยมีกรณีฉาวให้ “พนักงานสอบสวนปลอม” มาทำหน้าที่เป็นเวลาเกือบ 2 ปี ถือเป็นการประพฤติมิชอบ และพนักงานสอบสวนอีก 1 นาย เคยทำคดี “ลัลลาเบล” ที่ศาลยกฟ้อง ฉะนั้นการทำคดีไม่มีความน่าเชื่อถือ
“หากเปรียบเทียบเป็นคดีน้องชมพู่ ประชาชนไม่มีเสียงค้านเลย โดยมี ผบ.ตร.มานั่งแถลงข่าวเอง แต่ทำไมคดีแตงโม ท่านไม่กล้าออกมาแถลงข่าวเอง เพราะท่านรู้อยู่แล้ว คดีนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากล ซึ่งคดีนี้สำคัญระดับประเทศ มีคนสนใจมากกว่าคดีชมพู่อีก แต่ ผบ.ตร.ไม่กล้ามาแถลงข่าว”
คดีนี้นอกจาก ผบ.ตร.ไม่มาแถลงข่าวแล้ว ยังมีการนำหลักฐานเท็จ มาประกอบการแถลงข่าวอีกด้วย ก่อนถูกจับโป๊ะแตก ซึ่งตำรวจทำได้แค่ขอโทษ แตกต่างจากประชาชน ถ้าทำผิดปล่อยเฟกนิวส์ ต้องถูกจับกุมแน่นอน ทั้งที่เป็นกฎหมายฉบับเดียวกัน