จากนั้น จอนนี่ ยังได้โอกาสชิมลางละครเรื่องแรกกับทาง บริษัท กันตนา คือ "มิติมืด" เป็นละครตอนเดียวจบ และมาเล่นละครยาวเรื่องแรกคือ "ปีศาจในโลงศพ" กำกับการแสดงโดย "ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์"
ต่อมา จอนนี่ ก็มีผลงานการแสดงละครและภาพยนตร์เป็นจำนวนมากกว่า 60 เรื่อง โดยมีผลงานโดดเด่น เช่นละครเรื่อง "ลมหายใจไม่เคยแพ้" ในปี 2532, "ผู้การเรือเร่" ในปี 2534 แสดงคู่กับ "นิออน อิศรา" และนักแสดงนำเต็มตัวเรื่องแรก และเป็นผลงานที่ทำให้เขามีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในฐานะนักแสดง หลังจากนั้นเขาก็มีผลงานการแสดงออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งงานละคร ภาพยนตร์ และพิธีกรมาจนถึงปัจจุบันนี้
รางวัลเกียรติยศที่เคยได้รับ
- รางวัลตุ๊กตาทอง พ.ศ. 2537 สาขาผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง "เสียดาย"
- รางวัลตุ๊กตาทอง พ.ศ. 2541 สาขารางวัลพิเศษศิลปินต่อต้านยาเสพติด[6]
- เข้าชิงรางวัลคมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 9 สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม จากละครเรื่อง "ตะวันเดือด"
บทบาททางการเมือง
ในอดีตเมื่อปี 2556-2557 จอนนี่ เคยเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมชุมนุม กปปส. (คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) ซึ่งเกิดจากประท้วงรัฐบาลของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
จนกระทั่งล่าสุด (5พ.ค.65) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย แถลงข่าวเปิดตัวต้อนรับ จอนนี่ เข้าเป็นสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย พร้อมอาสาเป็นผู้รับใช้ประชาชนในเขตมีนบุรี คันนายาว คลองสามวา จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ทั้งส่วนที่เห็นชอบและไม่เห็นชอบ
โดยกระแสดังกล่าวนั้น ทาง จอนนี่ ได้ออกมาเคลื่อนไหว ด้วยการขอโทษความผิดพลาดในอดีตที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของชุมนุม จนนำมาสู่การรัฐประหาร พร้อมยืนยันตนมีจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารมาโดยตลอด รวมทั้งขอน้อมรับทุกความคิดเห็นจากทุกท่าน ก่อนจะเล่าสาเหตุที่กลับใจ เพราะได้เห็นลุงพาประเทศมาสู่จุดวิกฤต และสร้างหนี้สินให้ลูกหลานมากมายขนาดนี้ พร้อมทั้งยังยืนยันหนักแน่นว่า "ตนมีความตั้งใจแก้ไขในสิ่งที่เคยผิดพลาดให้ดีที่สุด"
นายจอนนี่ ได้เปิดใจว่า
“ตนเองสนใจในปัญหาบ้านเมืองมาโดยตลอด ในฐานะคนไทยที่อยากเห็นประเทศเจริญก้าวหน้า และตลอด7-8 ปีมานี้ก็ได้เรียนรู้ และเห็นความจริงถึงการยึดอำนาจรัฐประหารไม่ใช่ทางออกของประเทศ ประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมเท่านั้น ที่จะเป็นทางรอดของประเทศอย่างแท้จริง”
จึงตัดสินใจลงมาทำงานการเมืองเต็มตัว และได้ลงพื้นที่ทำงานมาแล้วประมาณ3-4 เดือน ได้เห็นถึงความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน และมีความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะเข้ามาทำงานแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนร่วมกับพรรคไทยสร้างไทย
สำหรับเหตุผลที่เลือกทำงานการเมืองกับพรรคไทยสร้างไทย เพราะเห็นความมุ่งมั่นทุ่มเทของคุณหญิงสุดารัตน์ ที่ทำงานอย่างหนักทุกวัน เพื่อทำภารกิจสุดท้ายในการสร้างพรรคไทยสร้างไทยให้เป็นสถาบันการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง
โดยมีจุดมุ่งหมายในการสร้างโอกาสให้กับคนไทยทุกคนได้มีเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยพรรคไทยสร้างไทยมีจุดยืนที่ชัดเจน เป็นพรรคที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ยอมเป็นที่เหยียบยืนให้เผด็จการ
ทั้งนี้ มองว่า “พรรคไทยสร้างไทย จะเป็นทางเลือกใหม่และเป็นทางรอดของประเทศได้” จึงได้มาร่วมสร้าง พรรคไทยสร้างไทยให้เป็นเครื่องมือในการทำงานที่ดีที่สุดให้พี่น้องประชาชน มุ่งดูแลปัญหาปากท้องและสร้างเศรษฐกิจไทยให้กลับมาแข็งแกร่ง
ทางด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ ได้กล่าวว่า
ตนได้มอบหมายให้ นายจอนนี่ รับผิดชอบดูแลงานเรื่องการสร้างโอกาสสร้างรายได้ให้ประเทศ ด้วยนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ creative economy เช่นศิลปะวัฒนธรรม หนัง ละคร ภาพยนตร์ ศิลปิน เพลง รวมถึงอาหารไทย เพื่อสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ ส่งออก Soft power ของไทยไปสู่ตลาดโลกทั้งจีน ประเทศในกลุ่ม CLMV อาเซียน รวมทั้งยุโรปและอเมริกา
ด้าน นายจอนนี่ ได้กล่าวต่อว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เข้ามาร่วมงานกับพรรคไทยสร้างไทย จะขอใช้ความรู้ความสามารถประสบการณ์ตลอด 36 ปีบนเส้นทางอุตสาหกรรมบันเทิง มาต่อยอด ในการสร้างสรรค์เศรษฐกิจให้กับประเทศ ที่ผ่านมามีโอกาสไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน
ทำให้ทราบว่าวัฒนธรรมของไทย มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ที่เข้าไปมีบทบาทในพื้นที่ต่างๆของประเทศเพื่อนบ้าน เช่นภาพยนตร์ หนัง ละคร ของไทยดังไกลไปถึงจีน หรือในอินโดนีเซียก็ถือเป็นตลาดใหญ่ และได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกัน แต่เมื่อหันมาดูในประเทศไทย กลับไม่ได้รับการดูแลส่งเสริมจากภาครัฐเท่าที่ควร