ส่วนคู่ต่อสู้ที่มีคะแนนนิยมใกล้กับเขามากที่สุดคือ เลนี โรเบรโด วัย 57 ปี รองประธานาธิบดีหญิงคนปัจจุบัน อดีตนักกฎหมายและนักสิทธิมนุษยชน และผู้สมัครหญิงเพียงคนเดียวในสนามเลือกตั้ง เธอได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ รวมถึงผู้ที่ไม่ต้องการให้ตระกูลมาร์กอสกลับมาครองอำนาจอีกครั้ง ซึ่งแม้จะมีคะแนนนิยมเป็นอันดับที่ 2 แต่ก็นับเป็นสัดส่วนเพียง 23% เท่านั้น
โรเบรโดเข้าสู่สนามการเมืองหลังจากสามีของเธอซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีกระทรวงเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกในปี 2555 และประสบความสำเร็จในการเป็นผู้แทนของจังหวัดคามารีเนสเข้าใปนั่งในสภาคองเกรส สร้างผลงานทางการเมืองมามากมายทั้งด้านของการสนับสนุนสิทธิมนุษยชน การเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ห่างไกล การรับมือภัยธรรมชาติ รวมถึงการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 เธอยังเป็นคู่ปรับที่วิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต อย่างดุเดือด โดยเฉพาะเรื่องนโยบายสงครามยาเสพติดที่รุนแรง
ในการหาเสียงครั้งนี้เธอเลือกที่จะใช่สโลแกน "การปฏิวัติสีชมพู" แสดงถึงการเคลื่อนไหวเพื่อประชาชนอย่างอิสระ แทนที่สีเหลืองที่เป็นเหมือนสัญลักษ์ของขบวนการประชาชนในฟิลิปปินส์มายาวนาน และให้คำมั่นว่าจะเป็นรัฐบาลที่ซื่อสัตย์ มีการปฏิรูปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่บอบช้ำจากโควิด-19 และแก้ไขปัญหาหนี้สินของประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น
ขณะที่การเลือกตั้งในวันจันทร์นี้จะมีชาวฟิลิปปินส์ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงกว่า 65.7 ล้านคน โดยมีการขยายเวลาลงคะแนนเป็น 06.00 น. ถึง 19.00 น. เพื่อให้มีการเว้นระยะห่างทางกายภาพมากขึ้น ป้องกันการระบาดของโควิด-19 ส่วนผลการนับคะแนนเลือกตั้งคาดว่าจะได้รู้กันภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากปิดการเลือกตั้ง