นิล ข้าวสังข์หยด ข้าวสินเหล็ก และข้าวกล่ำ ที่เพาะปลูกเอง และเป็นข้าวที่ปลูกเพียงปีละครั้งมาหุงให้ลูกค้ารับประทาน จึงมีคุณค่าทางอาหารและโภชนาการสูง โดยใช้ดอกไม้นานาชนิดมาคลุกเคล้าข้าวกับผักสมุนไพร จนเข้ากัน ราดด้วยน้ำบูดู ส่วนเมนูอื่นๆ เป็นไปตาม ฤดูกาล เช่น แกงส้ม ปลาต้มส้ม และผลไม้ตามฤดูกาล
สำหรับราคาลูกค้าที่จะเข้ามารับประทานอาหารคิดหัวละ 999 บาท โดยจุดเด่นของที่นี่ คือจะรับลูกค้าเพียงครั้งละ 1 โต๊ะเท่านั้น จำกัดจำนวนไม่เกิน 10 คน ลักษณะเชฟเทเบิล เพื่อให้ลูกค้าได้นั่งทานอาหารสบายๆ ในบรรยากาศบ้านสวน ภายใต้คอนเซปนั่งกินนอนกิน ส่วนลูกค้าที่ใช้บริการโฮมสเตย์ คิดราคาหัวละ 700 บาทต่อคืน รวมเมนูอาหารเช้า
ตอนนี้ยอดจองเพื่อเข้ามารับประทานอาหารเต็มทุกวัน ยาวไปจนถึงเดือนตุลาคมแล้ว ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่อยากสัมผัสความแปลกใหม่ในการทานอาหารที่ทำจากดอกไม้ ทั้งดอกกุหลาบ ดอกดาวเรือง ดอกอัญชัน ดอกหางนกยูง ดอกดาหลา ดอกยี่สุ่น ดอกดาวกระจาย และฟอร์เก็ตมีน็อต ยืนยันว่าดอกไม้ทุกชนิดทานได้ มีรสชาติอร่อย และยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ
สาเหตุที่เริ่มต้นทำอาหารจากดอกไม้ เกิดจากเป็นคนรักสุขภาพชอบทำอาหารทานเอง และเลือกใช้วัตถุดิบที่ปลอดสารพิษ ไม่ใส่เครื่องปรุงรสต่างๆ ต่อมาหลังเปิดบ้านพักเป็นโฮมสเตย์ มีลูกค้าเข้ามาพัก ต้องทำอาหารให้ลูกค้าทานด้วย จึงเกิดไอเดียนำผลผลิตจากสวนหลังบ้านมาทำเป็นเมนูอาหาร โดยเฉพาะดอกไม้ที่เคยใช้ตกแต่งจาน ก็นำมาใส่ในเมนูอาหารให้สามารถทานได้จริง เพื่อสร้างจุดขายและความแตกต่างให้กับวงการเกษตรอินทรีย์ จากเดิมที่เน้นแต่พืชผัก ซึ่งลูกค้าให้การตอบรับดีมาก และบอกต่อกันปากต่อปาก ก่อนหน้านี้กลุ่มลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น แต่หลังโควิด-19 แพร่ระบาด ลูกค้าญี่ปุ่นหายไป ก็ได้กลุ่มลูกค้าคนไทยมาแทนที่