อีกทั้งข้อเสนอให้ยกเลิกการจ้างงานที่ไม่มั่นคง คือ สัญญาการจ้างระยะสั้น ชั่วคราว รัฐบาลต้องกำหนดโครงสร้างค่าจ้าง และให้ปรับค่าจ้างทุกปี ที่สำคัญต้องออกมาตรการในการควบคุมราคาสินค้าไม่ให้แพงเกินจริง รวมทั้งเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงในอนาคตของคนงานต้องปฏิรูประบบประกันสังคมให้ครอบคลุมแรงงานทุกภาคส่วน และควรปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์แต่ละกองทุนของประกันสังคมให้เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะชราภาพต้องให้เพียงพอต่อการดำรงชีพขั้นต่ำต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายเดือนเดือนสุดท้าย ต้องขยายอัตราขั้นสูงสุดของค่าจ้าง ที่ใช้คำนวณเพื่อจ่ายเงินสมทบประกันสังคม ซึ่งปัจจุบันกำหนดไว้ 15,000 บาท เพิ่มเป็น 30,000บาท และในส่วนของแรงงานนอกระบบ รัฐต้องกำหนดมาตรการในการคุ้มครองดูแลทั้งเรื่องค่าจ้างสวัสดิการหลักประกันทางสังคม ต้องไม่แตกต่างจากแรงงานในระบบ
ขณะที่หนึ่งในผู้ใช้แรงงาน สะท้อนความคิดเห็นว่า ค่าแรงขั้นต่ำปัจจุบันอยู่ที่ 300 กว่าบาท ไม่เพียงพอ ต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ทั้งค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเช่าห้อง นี่ยังไม่นับรวมไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีราคาเพิ่มสูงขึ้น เช่นเนื้อหมู ไก่ ไข่ มาม่า น้ำมัน เป็นต้น และถ้าหากวันไหนไม่ได้ทำโอทีหรือล่วงเวลา ก็จะยิ่งได้รับความเดือดร้อน ตนจึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ ให้เพียงพอเหมาะสม ต่อการใช้ชีวิตของคนคนนึงในแต่ละวัน เพื่อให้สามารถเลี้ยงปากท้องตนเองและครอบครัวได้อย่างไม่ติดขัด
อย่างไรก็ตาม วันนี้กลุ่มแรงงานได้เตรียมพร้อมพวกป้ายเขียนข้อความข้อเรียกร้องต่างๆ โดยเฉพาะการขอขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ปัญหาค่าครองชีพสินค้าอูปโภคบริโภคแพงขึ้น และการเพิ่มสวัสดิการด้านต่างๆ ที่จะนำไปเดินขบวนในวันแรงงานแห่งชาติ 1 พ.ค. พรุ่งนี้ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย