"แอนนา" ควง 2 เหยื่อ "ปริญญ์" เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมในคดีล่วงละเมิดและข่มขื่น พร้อมพบ พฐ. เพื่อตรวจดีเอ็นเอเทียบเคียงหลักฐานที่พบในห้องเชือด

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

กำลังเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 สำหรับคดีดังสุดฉาวที่ นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กระทำล่วงละเมิดทางเพศกับเหยื่อหญิงสาวที่ทยอยเข้าแจ้งความดำนเนินคดีทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวม 15 คน โดยเมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่ผ่านมา ตร.ห้วยขวาง เตรียมออกหมายเรียกนายปริญญ์ ข้อหา พรากผู้เยาว์ - อนาจาร วันที่ 5 พ.ค. นี้ (อ่านข่าว)

 

ล่าสุดวันนี้ (29 เม.ย.) ที่ สน.ลุมพีนี นางสาวหทัยรัตน์ ธนากิจอำนวย หรือ "แอนนา" 1 ในเหยื่อนายปริญญ์ พร้อมด้วย นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ "ลูกนัท" สามี และ นางสาว เอ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ผู้เสียหายเจ้าของคลิปเสียงที่ถูกเผยแพร่ก่อนหน้านี้ รายที่ 6 กับนางสาว บี (นามสมมุติ) ผู้เสียหายถูกข่มขืนปี 57 รายที่ 11 ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม รวมถึงพบเจ้าหน้าที่ พฐ. เพื่อตรวจดีเอ็นเอสำหรับนำไปประกอบสำนวนคดี 

 

 

แอนนา พร้อม 2 เหยื่อให้ปากคำเพิ่มคดี "ปริญญ์"

แอนนา พร้อม 2 เหยื่อให้ปากคำเพิ่มคดี "ปริญญ์"
 

น.ส.เอ กล่าวว่า วันนี้พนักงานสอบสวนนัดหมายให้มาเก็บดีเอ็นเอ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับสิ่งที่ตรวจพบในห้องที่เกิดเหตุ และตนยังได้นำหลักฐานมามอบให้ตำรวจเพิ่มเติมด้วย โดยเป็นหลักฐานการพูดคุยทางโทรศัพท์ ที่จะยืนยันได้ว่า ตนมีการพูดคุยกันกับอดีตรองหัวหน้าพรรคจริง โดยกรณีของตนไม่ต่างจากผู้หญิงคนอื่น คือมีการพูดคุยติดต่อกันเรื่องงานก่อนถูกล่อลวงให้ไปพบที่สำนักงาน เมื่อไปถึงกลับถูกลวนลามและล่วงละเมิดทางเพศ

 

หลังเกิดเหตุ ตนรู้สึกเสียใจ แต่ตกใจยิ่งกว่าเมื่อทราบข่าวว่าไ ม่ใช่ตนเพียงคนเดียวที่ถูกกระทำเช่นนี้ ตอนแรกต้องการออกมาให้ปากคำในฐานะพยาน แต่เมื่อตำรวจแจ้งว่าต้องดำเนินคดี เพราะเป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้ ตนก็พร้อมให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ และหากคดีไปถึงชั้นศาล ยืนยันว่า จะยังคงให้การเหมือนเดิม ขณะนี้ที่ผู้ต้องหายังไม่ถูกสั่งฟ้องก็มีความกังวลบ้าง แต่เชื่อว่าความจริงก็คือความจริง 

 

น.ส.เอ กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุ อดีตรองหัวหน้าพรรคก็ไม่ได้ติดต่อมาหาตนแต่อย่างใด และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครติดต่อมาให้ยอมความหรือข่มขู่ ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ยอมรับว่า ส่วนตัวมีความกังวลใจอยู่บ้าง เพราะไม่ทราบว่าคดีจะจบเมื่อไร ซึ่งกังวลว่าจะมีผลในระยะยาว แต่เชื่อว่าความจริงก็คือความจริง นอกจากนี้ ยังขอเป็นกำลังใจให้กับผู้เสียหายรายอื่น ๆ ซึ่งไม่สามารถจะไปบอกใครได้ว่าต้องทำอย่างไร เพราะแต่ละคนเจอเหตุการณ์มาไม่เหมือนกัน แต่ก็อยากให้ผู้เสียหายออกมาเรียกร้องเพื่อตนเอง

 

 

แอนนา พร้อม 2 เหยื่อให้ปากคำเพิ่มคดี "ปริญญ์"
 

กระทั่งเวลา 13.46 น. นางสาวแอนนา ได้เปิดเผยภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวนว่า วันนี้ตนมาให้รายละเอียดเพิ่มเติม และตรวจดีเอ็นเอ คาดว่าเพื่อนำไปตรวจกับหลักฐานที่ตำรวจเก็บมาจากสถานที่เกิดเหตุ เข้าใจว่าตำรวจได้ทำตามกระบวนการแล้ว ส่วนกระแสของคดีที่เงียบไปนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมแต่อย่างใด

 

ขณะนี้ตนกำลังทำโครงการที่จะสื่อว่า การกระทำลักษณะเกียวกับนายปริญญ์เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น และผู้เสียหายไม่จำเป็นต้องอาย นับตั้งแต่เปิดเผยเรื่องราว ตนก็ไม่เคยรู้สึกอับอาย เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ส่วนผู้เสียหายรายอื่น ๆ ตนรู้ว่าชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การออกมาพูดและเปิดเผยว่าเป็นผู้เสียหายนั้นดีมาก ๆ ซึ่งการลบเหตุการณ์เช่นนี้ออกจากชีวิตของผู้เสียหายแต่ละคนก็มีวิธีแตกต่างกัน

 

ตนก็ขอฝากกำลังใจ ให้มีความสุขในทุก ๆ วัน ส่วนกระบวนการยุติธรรม ตนก็อยากเป็นตัวแทนในการสู้เพื่อผู้เสียหาย จากนี้จะเดินหน้ารณรงค์เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ และการใช้ความรุนแรงในครอบครัว อยากเปลี่ยนสังคมให้รู้ว่าคนที่อายต้องเป็นนายปริญญ์ ตอนที่ตนเปิดเผยตัวตนไม่ได้ต้องการแค่เพื่อให้ชนะคดี แต่ต้องการเปลี่ยนสังคม เพราะตนคิดว่าเรื่องลักษณะนี้ยังมีอยู่ โดยเฉพาะในองค์กรที่แตะต้องไม่ได้ ตนจึงต้องการเปลี่ยนสังคมให้มองว่าการล่วงละเมิดทางเพศ และการคุกคามเป็นเรื่องที่ไม่ดี  

 

 

แอนนา พร้อม 2 เหยื่อให้ปากคำเพิ่มคดี "ปริญญ์"

 

 

ด้าน นายธนัตถ์ กล่าวว่า ขณะนี้ภรรยาสภาพจิตใจดีกว่าตนเอง เหตุผลที่ภรรยาเลือกเปิดเผยตัวตนนั้น เป็นการต่อสู้เพื่อผู้อื่น เพื่อให้ผู้เสียหายรายอื่นสามารถสู้ในกระบวนการยุติธรรมได้อย่างสบายใจ และตนพร้อมจะสนับสนุน ไม่ต้องการแค่ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตนเองหรือเอาชนะคดี แต่ตั้งใจว่าจะไม่หยุดจนกว่าสังคมจะมีท่าทีต่อการล่วงละเมิดทางเพศเปลี่ยนไป โครงการเหล่านี้พวกตนตั้งใจจะให้ออกห่างจากการเมือง โดยการเลือกตั้งรอบหน้านั้น พวกตนอาจจะไม่ลงสมัคร แต่จะดำเนินการโครงการดังกล่าวก่อน อยากให้ติดตามประเด็นการล่วงละเมิดทางทางเพศทุกกรณี ถึงเวลาที่ผู้เสียหายต้องไม่เป็นเหยื่อของสังคมและรู้สึกอับอาย 

 

ส่วนเรื่องคดีความที่ด่าทอตำรวจ ตนไม่มีความกังวลอะไร และตั้งใจที่จะขอโทษ ทั้งนี้ ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับ ผกก.สน.ลุมพินี แต่หากมีอะไรที่จะรับผิดชอบได้ ก็ยืนยันที่จะรับผิดชอบ 

 

 

นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ "ลูกนัท"  

 

 

ด้าน พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น. กล่าวว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจได้ทยอยเชิญผู้เสียหายมาให้ปากคำเพิ่มเติมในประเด็นที่คณะพนักงานสอบสวนมอบหมายให้ไปดำเนินการ อย่าง 3 ผู้เสียหาย 3 รายนี้ ก็เป็นการเชิญมาให้ปากคำเพิ่มเติมในบางประเด็น และเก็บตัวอย่าง ดีเอ็นเอซึ่งในคดีกระทำอนาจารฯ จะเป็นการเก็บเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับวัตถุพยานต่าง ๆ อาจจะทราบผลได้เร็วกว่า แต่ในส่วนคดีข่มขืนกระทำชำเรานั้น ต้องใช้เวลาอีกระยะในการส่งตรวจหาผลทางนิติวิทยาศาสตร์

 

ยืนยันว่าทุกกระบวนการจะเสร็จสิ้นทันกำหนดผัดฝากขังไม่เกินผัดที่ 7 แน่นอน ส่วนคดีที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายที่ตอนเกิดเหตุมีอายุแค่ 17 ปี ในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง คดีดังกล่าวพนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้ผู้ต้องหา มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 5 พ.ค. เวลา 09.00 น. วันดังกล่าว ตนจะไปดูการเข้ามอบตัวด้วย 

 

 

 พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น.

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด