ส่วนซูเปอร์โพลเผยคน กทม. ส่วนใหญ่มองปัญหาของผู้ว่าฯ กทม. คือ ไม่มีสัจจะ ไม่ทำตามพูดนั้น นายวิโรจน์ เชื่อว่าไม่กล้าทำมากกว่า เพราะเกิดการยกเว้นให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เหมือนหลับตาข้างเดียว ตนจึงนำเสนอว่าต้องแก้ทุกอย่างให้เป็นธรรม ถ้าพรรคก้าวไกลได้มีโอกาสเข้ามาทำงาน นอกจากการที่เราจะเอาภาษีที่ดินมาเสริมสวัสดิการให้กับประชาชนแล้ว ก็จะไม่มีผู้ว่าฯ กทม. คนไหนเข้ามาปรับลดสวัสดิการเหล่านี้อีก กทม. จะได้เผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆ ไม่ต้องมาวนลูปกับปัญหาซ้ำซาก
เมื่อถามว่า ผลสำรวจที่ออกมาพบว่า กลุ่มนักศึกษาจะเป็นฐานเสียงส่วนใหญ่ที่เลือก นายวิโรจน์ และส่วนน้อยที่จะเลือกคืออาชีพข้าราชการ ผู้สมัครหมายเลข 1 ชี้แจงว่า ตนขอเห็นต่าง จากข้อมูลที่พรรคได้สำรวจมากลับพบว่า เป็นกลุ่มข้าราชการที่จะเลือกตนมากที่สุด เพราะไม่พอใจในระบบการทำงานที่ขัดธรรมาภิบาล และกำลังรอผู้ว่าฯ ที่จะคืนระบบนี้กลับมาทำงานให้กับ กทม. ซึ่งตนยืนยันว่าพร้อมที่จะทำงานตรงนี้ เพื่อให้ข้าราชการทำงานให้กับประชาชนได้อย่างเต็มที่
สำหรับนโยบายเรื่องคนเร่ร่อนนั้น จากการลงพื้นที่หลายคนที่ว่างงาน และกลายเป็นคนเร่ร่อน เพียงเพราะไม่รู้จะแบกรับกับค่าใช้จ่ายอย่างไร จึงต้องพูดถึงการเปิดเมืองที่ต้องรณรงค์ในการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็ม 3 และต้องทำให้เชื่อว่าอัตราการป่วยหนักลดลง สำรองยาที่จำเป็นไว้มากพอ และเปิดเผยอย่างโปร่งใส มีระบบการจัดหาเตียงที่ดี เมื่อกล้าที่จะเปิดเผย ความกลัวก็จะลดลง การเปิดเมืองก็จะเกิดความมั่นใจมากขึ้นเศรษฐกิจก็จะกลับมา เราต้องเปิดเมืองเพื่อคนไทยทุกคนก่อน ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา ส่วนคนไร้บ้านที่สมัครใจที่จะไร้บ้าน ก็ไม่ควรปล่อยให้กลุ่มคนเหล่านี้ไร้สิทธิ์ เช่น สิทธิการเข้าถึงการรักษา สวัสดิการผู้สูงอายุ เด็กยากจน เป็นต้น ซึ่งต้องทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มีสิทธิที่พึ่งมีให้ได้