นายสุรพล กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ศาลเมตตาและให้ความเป็นธรรม จนชนะคดีดังกล่าว และภาคภูมิใจที่ได้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา เพราะพรรคเพื่อไทยไม่ได้ซืื้อเสียงหรือทุจริตเลือกตั้งข้อกล่าวหา ส่วนตัวไม่อยากได้ค่าเสียหายและเยียวยาดังกล่าว แต่ต้องการเกียรติและศักดิ์ศรีคืนมาเท่านั้น เพราะไม่เคยทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่กลับถูกประชาชนบางส่วน ที่ไม่เข้าใจบอกว่าจะไม่สนับสนุนอีกแล้ว กลายเป็นตราบาปติดตัว จนต้องสู้คดีดังกลาวจนถึงที่สุด จนศาลฏีกายกฟ้อง และศาลแพ่งให้ชนะคดีดักล่าวอีก
“อยากฝากบอกประชาชน อำเภอสันป่าตอง อ.แม่วาง อ.ดอยหล่อ อ.จอมทอง ว่าผมบริสุทธิ์ ไม่ได้ทำผิดกฎหมายใด ๆ หลังพ้นตำแหน่ง ส.ส.ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนมาโดยตลอด ในนาม ส.ส.จิตอาสา เพื่อดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ส่วนการเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า ยืนยันขอลงสมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทยเหมือนเดิม เชื่อว่าได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอีกครั้ง เพราะประชาชนเข้าใจ ให้กำลังใจและมีเสียงตอบรับเช่นเดิม ทำให้มีความมั่นใจได้รับการสนับสนุนอีกครั้ง” นายสุรพล กล่าว
ด้านนายปกป้อง กล่าวว่า หลังจากนี้ต้องรอดูท่าที กกต. ก่อนว่าจะดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลหรือไม่ ถ้ายังดึงดันหรือดื้อรัน ไม่ยอมขอโทษหรือรับผิดชอบใด ๆ อาจหารือกับทีมทนาย และพรรค เพื่อฟ้อง กกต. หรือผู้เกี่ยวข้อง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม ม. 157 เนื่องจากไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของการวินิจฉัยให้ใบส้มแก่นายสุรพล ตามระเบียบกฎหมาย ซึ่งใช้เวลาพิจารณาให้ใบส้มนายสุรพล เพียงชั่วโมงเศษเท่านั้น ซึ่งศาลระบุว่าเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ หรือส่อเจตนากลั่นแกล้งผู้สมัครได้รับความเสียหายดังกล่าว
ข่าว/ภาพ เกรียงไกร รัตนา สำนักข่าวเนชั่น ศูนย์ข่าวภาคเหนือ