จากนั้น “อัจฉริยะ” พร้อมนายวัชรไกรศร เกตุจรัส ผู้เชี่ยวชาญด้านแสงและเงา เปิดหลักฐานกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นมุมกล้องของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต หรือ กฟผ.ที่มีการวิเคราะห์จาก “แสงและเงา” ที่เกิดขึ้นระหว่างเรือแล่นผ่าน ซึ่งเป็นภาพเดียวกับของตำรวจ
โดยนายวัชรไกรศร วิเคราะห์ว่า เวลา 22.34 น.ช่วงวินาทีที่ 10 คืนวันเกิดเหตุ จะเห็นลักษณะคล้ายเงามาอยู่ที่ท้ายเรือ ก่อนที่เงานั้นจะหายไป ซึ่งต้องมีการดูอย่างละเอียดอีกครั้งว่า เงานั้นตกน้ำหรือไม่ แต่จากการสังเกตพบว่า ลักษณะการหายของเงา หายไปจากทางด้านบน จึงเชื่อว่า “แตงโม” มีการยืนขึ้นแล้วกลับเข้าในเรือ ไม่หายหรือตกไปทางด้านซ้ายของเรือ ตามคำให้การของ “แซน” อาจเป็นคำให้การเท็จ
ขณะที่ “อัจฉริยะ” อธิบายเพิ่มเติมว่า เงาที่เห็นน่าจะเป็น “แตงโม” นั่งยองๆ ที่ท้ายเรือ และลุกขึ้นหันหน้าไปทางหัวเรือ โดยสังเกตจากแสงและเงา
“หลักฐานเหล่านี้ เป็นแค่หลักฐานบางส่วน ยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งผมจะแถลงข่าว และเปิดหลักฐานฉบับสมบูรณ์ในวันที่ 26 เม.ย.นี้ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ตำรวจแถลงปิดคดี แต่จะแถลงก่อนหรือหลัง จะแจ้งให้ทราบ โดยวันนั้น นอนจากภาพวงจรปิดที่แสดงให้เห็นว่า ใครกอดกันอยู่ที่หัวเรือ และแตงโมไม่เคยตกจากท้ายเรือ แต่ตกจากหัวเรือ ยังมีหลักฐานว่าแซนอยู่แค่ท้ายเรือเพียง 20 นาที ก่อนมานั่งท้ายคนขับ โดยมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนตัวคาดว่า คดีนี้อาจเป็นฆาตกรรมจากความเมา และอารมณ์ทางเพศ ไม่ใช่ตกน้ำตายเอง และจะดำเนินคดีเอาผิดชุดคลี่คลายคดีทั้งคณะในวันพรุ่งนี้ (21 เม.ย.)”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายการแถลงข่าว “อัจฉริยะ” ยังเปิดหลักฐานที่ระบุว่า เป็นผลตรวจดีเอ็นเอ หรือจุดแสดงตำแหน่งว่าใครนั่งตรงไหน โดยพบว่า “แตงโม” ถ้าไม่นับรวมเส้นผม 3 เส้นที่อยู่ท้ายเรือแล้ว จะพบว่าตัวเธออยู่บริเวณหัวเรือ ที่มีหลักฐานดีเอ็นเอจากแก้ว