ยกตัวอย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์ ที่ได้ประกาศยกเลิกมาตรการกักตัว รวมถึงการลงทะเบียนขออนุญาตเข้าประเทศสำหรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบโดสแล้ว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 และประเทศกัมพูชาที่ได้กลับมาเปิดให้บริการขอ Visa on Arrival สำหรับผู้เดินทางต่างชาติทุกคน ยกเลิกข้อกำหนดให้แสดงผลตรวจ RT-PCR ของโควิด-19 และยกเลิกข้อกำหนดในการตรวจโควิด-19 แบบเร่งด่วน (ATK) เมื่อเดินทางถึงประเทศกัมพูชาตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2565 เป็นต้นมา นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายประเทศในภูมิภาคยุโรป ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางและประเทศ
มัลดีฟส์ ที่ได้มีการผ่อนคลายมาตรการที่เข้มงวดของตนเองด้วยเช่นกัน ดังนั้น ประเทศไทยจึงควรเลือกที่จะยึดตามหลักปฏิบัติที่ใช้กันในหลาย ๆ ประเทศ โดยการยกเลิกข้อจำกัดด้านการเดินทางทั้งหมด และกลับมาใช้กฎการเข้าประเทศเดิมของประเทศไทย ดังเช่นในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19
ผมเชื่อว่า รัฐบาลไทยควรตระหนักว่า การติดเชื้อโอมิครอนจากในประเทศนั้นมีอัตราสูงกว่าการติดเชื้อจากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูงถึง 99 ต่อ 1 และผมยังเชื่อมั่นในประชาชนชาวไทย ที่มีความเข้าใจในลักษณะโรคประจำถิ่นของเชื้อโอมิครอนและพร้อมรับมือให้เข้ากับวิถีชีวิตใหม่ ดังนั้น เงื่อนไขที่ต้องมีการขออนุมัติเข้าประเทศล่วงหน้า และข้อกำหนดในการตรวจเชื้อโควิด-19 เมื่อเดินทางถึงประเทศไทยนั้นไม่มีความจำเป็นและไม่มีประสิทธิผล ผมขอเสนอให้มีการยกเลิกระบบการขอหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทย (Thailand Pass) ข้อบังคับเรื่องการทำประกันสุขภาพ และการตรวจโควิดเมื่อเดินทางถึงประเทศไทยอย่างทันที เนื่องจากเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบโดสหรือใบรับรองแพทย์กรณีหายจากการติดเชื้อโควิด-19 นั้น ก็เพียงพอต่อการอนุญาตให้เข้าประเทศแล้ว
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจัดเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีความสำคัญกับเศรษฐกิจไทย ดังนั้น การร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนจึงมีความจำเป็นอย่างมาก ผมและผู้ประกอบการธุรกิจรายอื่น ๆ พร้อมที่จะทำงานกับรัฐบาลเพื่อช่วยกันวางแผนฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทย เพิ่มความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว กระตุ้นอุปสงค์ ตลอดจนวางแนวทางด้านสุขภาพและอนามัยเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ความพยายามต่าง ๆ เหล่านี้ เมื่อรวมกับการสื่อสารที่ชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการการเดินทางเข้าประเทศ จะช่วยให้ธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทยประสบความสำเร็จ ผมขอขอบพระคุณล่วงหน้าสำหรับการพิจารณาของท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้ หากท่านมีคำถามหรือข้อกังวลอื่นใด ผมหวังว่าจะมีโอกาสได้หารือในรายละเอียดกับท่านและคณะทำงานของท่านต่อไป