โดยพนักงานสอบสวนจะพิจารณาว่า คำให้การของผู้กล่าวหานั้นมีน้ำหนักรับฟังได้มากน้อยแค่ไหน อาทิ ผู้เสียหายเข้าให้การแจ้งความและให้การทันทีหรือไม่ ระยะเวลาตอนเกิดเหตุกับตอนแจ้งความห่างกันมากน้อยแค่ไหน ถ้าแจ้งความช้าอาจเป็นพิรุธ ผู้กล่าวหามีเหตุโกรธเคืองผู้ถูกกล่าวหาเรื่องอื่นมาก่อนหรือไม่ หรือเจตนากลั่นแกล้งให้ได้รับโทษอาญา
จากนั้นก็เรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบปากคำพิจารณาว่า คำให้การพยานหลักฐานฝ่ายผู้กล่าวหา หรือผู้ถูกกล่าวหา ใครมีน้ำหนักน่าเชื่อถือมากกว่ากัน ถ้าฝ่ายผู้กล่าวหามีน้ำหนักน่าเชื่อถือกว่า ก็รับแจ้งความดำเนินคดีส่งอัยการสั่งฟ้องต่อศาล ถ้าฝ่ายผู้ถูกกกล่าวหามีน้ำหนักมากกว่า ก็อาจมีความเห็นไม่ควรฟ้อง ส่งอัยการพิจารณาว่าจะมีความเห็นอย่างไรอีกทีหนึ่ง