ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ แก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายเลือกตั้งและพรรคการเมือง ว่า ในเรื่องของกรอบเวลาไม่มีความกังวลใจ เพราะเชื่อว่าทางกรรมาธิการวิสามัญจะพิจารณาได้ทันอย่างแน่นอน เพราะมีประเด็นที่ถกเถียงเหลืออยู่เพียงไม่กี่ประเด็นเท่านั้น ในส่วนของพรรคให้ความร่วมมือต่อการพิจารณาอย่างเต็มที่ ทั้งในวาระสองและวาระสาม
การพิจารณายึดหลักการสำคัญคือ สร้างความเข้มแข็งให้กับระบบประชาธิปไตยและพรรคการเมือง รวมถึงประชาชน แน่นอนว่าเมื่อยึดหลักการดังกล่าว นักการเมืองหรือพรรคการเมืองอาจไม่ถูกใจทั้งหมด แต่หากคิดถึงประโยชน์ต่อส่วนรวมก็เชื่อว่าทุกพรรคไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน
นายราเมศ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการทำไพรมารี่โหวต คือการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคการเมือง เหตุผลที่ต้องการให้มีการแก้ไข โดยไม่ต้องถึงขั้นให้สมาชิกลงคะแนนเสียงโหวตกันในแต่ละเขตเลือกตั้ง เพราะหากกำหนดองค์ประชุมห้าสิบคน หนึ่งร้อยคนแล้วแต่กรณี ก็จะไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของการให้สมาชิกมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง การแก้ไขให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกอย่างกว้างขวาง โดยไม่จำต้องลงคะแนนก็จะเป็นเรื่องที่ดี เพื่อส่งต่อความเห็นนั้น ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ต่อไป
ประเด็นนี้เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ทุกพรรคน่าจะเห็นพ้องต้องกัน และมั่นใจว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดให้รับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกอย่างกว้างขวาง ในเรื่องการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง เมื่อการแก้ไขยังคงไว้ซึ่งการรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคอย่างกว้างขวา งก็ไม่เป็นประเด็นปัญหาแต่อย่างใด
ส่วนกรณีหลักการที่พรรคการเมืองต้องไม่ถูกครอบงำหรือชี้นำด้วยบุคคลภายนอก ในประเด็นนี้ คิดว่า กฎหมายเดิมได้กำหนดไว้ดีแล้ว เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการดำเนินกิจกรรมในทางการเมือง ที่ป้องกันการใช้ตัวแทนมาทำพรรคการเมืองเพื่อประโยชน์ของตนและพวกพ้อง และประเด็นนี้ถ้ามีกรณีการร้องเรียนต่อ กกต. ตามกฎหมายปัจจุบันหากมีการแก้ก็อาจจะถูกข้อครหาได้ว่า แก้เพื่อประโยชน์ของใครหรือไม่
นายราเมศ กล่าวตอนท้ายว่า เชื่อมั่น กมธ. จะพิจารณาได้ทันภายในกรอบเวลาและพรรคประชาธิปัตย์พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่