svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

ย้อนประวัติ “เอ๋ ปารีณา” จากนางงามสู่สภา ก่อนถูกตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต

07 เมษายน 2565
4.9 k

เปิดประวัติ “เอ๋ ปารีณา” หลังจากศาลฏีกานัดอ่านคำพิพากษาจากคดีที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดปมเข้าครอบครองที่ดินจ.ราชบุรีโดยมิชอบอันเป็นเหตุให้ขัดต่อจริยธรรมทางการ เมืองอย่างรุนแรง ตัดสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง เเละดำรงตำเเหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต

หลังจากศาลฏีกานัดอ่านคำพิพากษา จากคดีที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดปมเข้าครอบครองที่ดินจ.ราชบุรีโดยมิชอบอันเป็นเหตุให้ขัดต่อจริยธรรมทางการเมืองอย่างรุนแรงของ "เอ๋ ปารีณา ไกรคุปต์" ส.ส.เขตราชบุรี จากพรรคพลังประชารัฐ ในวันนี้ ( 7 เม.ย.65)  ศาลพิพากษาว่า น.ส.ปารีณาฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายเเรง ให้พ้นตำเเหน่ง ส.ส.ตั้งเเต่วันที่ 25 มี.ค.64 เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง 10 ปี เเละไม่มีสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง เเละดำรงตำเเหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต

 

 ย้อนทำความรู้จักพร้อมวีรกรรมของเธอ

 

ประวัติ “ปารีณา” นางงามสู่ดาว (ตก) สภา

 

“ปารีณา ไกรคุปต์” มีชื่อเล่นว่า “เอ๋” เกิดเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2519 เป็นชาวอ.โพธาราม จ.ราชบุรี เป็นบุตรสาวของ นายทวี ไกรคุปต์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี และนางสิริบังอร ไกรคุปต์

 

ด้านการศึกษา

จบการศึกษาระดับปริญญาโทด้านวิทยาศาสตร์ จากสหรัฐอเมริกา

 

ชีวิตครอบครัว

เอ๋ ปารีณา สมรสกับนายอุปกิต ปาจรียางกูร (หย่า) มีลูก 3 คนคือ กล้าเกล้า ไกรคุปต์, อดิศรา ปาจรียางกูร, และกิตตรา ปาจรียางกูร ปัจจุบันได้หย่าขาดกับสามีแล้ว

 

ย้อนประวัติ “เอ๋ ปารีณา” จากนางงามสู่สภา ก่อนถูกตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต

 

ดีกรีนางงามมิตรภาพจากเวทีนางสาวไทย

เอ๋ ปารีณา เคยประกวดนางสาวไทยในปี 2544 ซึ่งในปีนั้น “นุ้ย - สุจิรา อรุณพิพัฒน์” เป็นผู้คว้าตำแหน่งนางสาวไทยไปครอง ซึ่งในเวทีนี้แม้เจ้าตัวสามารถเข้าสู่รอบ 10 คนสุดท้าย และพลาดมงกุฎนางสาวไทย แต่ก็สามารถคว้ารางวัลนางงามมิตรภาพไปครอง

เส้นทางการเมือง

ในปี 2548 เอ๋ ปารีณา ได้ลงเล่นการเมือง เป็นส.ส.สมัยแรกในสังกัดพรรคไทยรักไทย ต่อมาได้ย้ายไปพรรคชาติไทย, พรรคชาติไทยพัฒนา, และพรรคพลังประชารัฐ  รวมทั้งสิ้นได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี 4 สมัย

 

ย้อนประวัติ “เอ๋ ปารีณา” จากนางงามสู่สภา ก่อนถูกตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต

 

วีรกรรมดาวเด่นในและนอกสภา

เอ๋ ปารีณา เป็นอีกหนึ่งคนที่มีความโดดเด่นในการทำหน้าที่ในสภาเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในองครักษ์พิทักษ์ลุงตู่ในทุกครั้งที่มีการอภิปราย นอกจากนี้ยังเป็นผู้ทำให้คำว่า "อีช่อ" เป็นที่นิยมในการเรียกพาดพิงพรรณิการ์ วานิช (ชื่อเล่นว่า ช่อ) อย่างกว้างขวางในสังคม แต่ถูกสื่อสังคมวิจารณ์ว่าเป็นการใช้คำหยาบคายว่านักการเมืองจากพรรคอนาคตใหม่พรรคพวกของตน

 

ปารีณาให้เหตุผลว่า "อีช่อ" เป็นคำท้องถิ่นและเป็นคำที่ใช้ในบ้านของตนเอง ผลจากวาทะกรรมดังกล่าวทำให้ชาวเน็ตบางส่วนและผู้สนับสนุนพรรณิการ์ ไม่พอใจ ขุดวีรกรรมและตั้งแฮชแท็ก "#ปารีณาค้าอาวุธ" จนติดเทรนด์อันดับ 1  นอกจากมียังมีการวิพากษ์วิจารณ์ การใช้คำผิด ๆ ของเธอ เช่น ปารีณาเขียนว่า "ลุงตู๋" ทำให้ผู้ใช้ทวิตเตอร์ติดแฮชแท็กว่า "#พลังประชารัฐโป๊ะแตก"

 

คดีความ

 

คดีซุกหุ้นของสามีและค้าอาวุธ

ในปี 2557 ปารีณาได้ย้ายกลับมาลงสมัครส.ส.กับพรรคเพื่อไทย โดยการเลือกตั้ง 2 ก.พ. ถูกขัดขวางจนกกต.ประกาศเป็นโมฆะ หลังจากนั้น สำนักข่าวอิศรารายงานว่า ปารีณาไม่แจ้งรายการทรัพย์สินเงินลงทุนในหุ้นและรายได้อื่นๆ รวมกว่า 678 ล้านบาทของนายอุปกิต ปาจรียางกูร สามีนักธุรกิจของเธอต่อคณะกรรมการป้องและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระหว่างปี 2554-2556 ซึ่งปารีณาเคยชี้แจงต่อสำนักข่าวอิศราว่า ไม่แจ้งการถือครองหุ้นของนายอุปกิตต่อ ป.ป.ช. เพราะแยกกันอยู่และกำลังจะหย่าขาดจากกัน

 

ในปีเดียวกันนั้น นายทวี ไกรคุปต์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้พาปารีณาผู้ต้องหาในคดีร่วมกันค้าอาวุธสงคราม เดินทางเข้ามอบตัวหลังถูกซัดทอดว่ามีส่วนรู้เห็นในการค้าอาวุธสงคราม และยังบอกอีกว่าของกลางส่วนหนึ่งก็เป็นของปรีณา

 

ต่อมาในปี 2561 ปารีณาและพ่อของเธอก็ได้เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ก่อนจะได้เป็นส.ส.อีกครั้งในปี 2562

 

ย้อนประวัติ “เอ๋ ปารีณา” จากนางงามสู่สภา ก่อนถูกตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต

 

 

คดีฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงรุกป่าสงวนราชบุรี

 

ปารีณา ได้ร่วมกับนายทวี ไกรคุปต์ บิดา เข้ายึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบ ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี จำนวน 711-2-93 ไร่ เมื่อ 18 ปีก่อน และในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดของปารีณา กรณีครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. โดยมีมติว่า การกระทำของปารีณาเป็นการกระทำผิดอย่างร้ายแรง

 

ย้อนประวัติ “เอ๋ ปารีณา” จากนางงามสู่สภา ก่อนถูกตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต

 

คดีปกปิดบัญชีทรัพย์สิน

วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2564 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) พิจารณากรณีปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จต่อ ป.ป.ช. จากการไต่สวนพบว่า ปารีณาแจ้งรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินผิดจากข้อเท็จจริง 2 รายการ ได้แก่ 1) กรณียื่นรายการทรัพย์สินอื่นเป็นพระเครื่องผิดรุ่นโดยปารีณาแจ้งต่อ ป.ป.ช.ว่า ครอบครองพระสมเด็จบางขุนพรหม มูลค่า 2.5 ล้านบาท แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าพระเครื่องดังกล่าวประเมินมูลค่าได้ประมาณ 2-3 แสนบาท 2) กรณีรายการเงินให้กู้ยืมที่ ปารีณาแจ้งแก่ป.ป.ช.ว่า ทำสัญญาเงินกู้ 7-8 ล้านบาท แต่เมื่อตรวจสอบพบว่า สัญญาเงินกู้ดังกล่าวเป็นเท็จ เพราะไม่ได้มีการกู้เงินดังกล่าวตามจริง โดยถือว่าเป็นการปกปิดข้อมูลและแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ถือว่าชัดคำสั่งเจ้าพนักงานเป็นความผิดอาญา โดยจะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาเพื่อพิจารณาถึงการตัดสิทธิทางการเมือง รวมถึงตัดสิทธิในการเลือกตั้ง