ภาระในการดูแลผู้ป่วยที่ถูกทอดทิ้งใน รพ. เป็นภาระทางสังคม เป็นงานสังคมสงเคราะห์ในความรับผิดชอบของสถานสงเคราะห์นะครับ ไม่ใช่ภาระหน้าที่ของ รพ. อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการที่ถูกทอดทิ้งใน รพ. นั้น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ก็ไม่ได้มีงบประมาณจัดสรรให้แก่ รพ.
รพ.มงกุฎวัฒนะต้องแบกรับค่าใช้จ่าย ต้องหาเงินเอง ถึงแม้จะมีมูลนิธิ รพ.มงกุฎวัฒนะ เพื่อผู้ป่วยโรคร้ายแรงก็ตาม แต่หากปล่อยให้ปัญหาทอดทิ้งผู้ป่วยใน รพ. ไปเรื่อย ๆ แล้ว นอกจากเงินมูลนิธิจะหมดแล้ว รพ.มงกุฎวัฒน ะก็จะขาดทุนและไปไม่รอดอีกด้วย
นอกจากนี้ การทอดทิ้งเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ ใน รพ. ยังเป็นการครอบครองเตียงที่ทำให้ รพ. ไม่มีเตียงรับผู้ป่วยรายใหม่ ๆ ที่จำเป็นต้องรักษาตัวใน รพ. อีกด้วย ถือเป็นการปิดกั้นโอกาสของผู้ป่วยรายอื่น ๆ การทิ้งเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการใน รพ. จึงเป็นความเห็นแก่ตัวอย่างเลวทรามที่สุด
ผมจะประจานผ่านสาธารณะ ใครที่รับไม่ได้กับความแข็งกร้าวของผมและ รพ.มงกุฎวัฒนะ ก็อย่ามาใช้บริการ รพ.มงกุฎวัฒนะ กันนะครับ ส่วนใครที่ไม่พอใจก็เชิญไปร้องเรียนแพทยสภาหรือกระทรวงสาธารณสุขได้เลย ผมไม่ใช่แพทย์ดีเด่น ไม่ได้เปี่ยมด้วยจริยธรรม ไม่โลกสวยปลื้มโลห์รางวัลใด ๆ จากแพทยสภาหรือหน่วยงานใด ผมถูกร้องเรียน ถูกตั้งกรรมการสอบสวนเป็นประจำอยู่แล้ว ผมจะไปกลัวอะไรกับการร้องเรียนส้นตีนต่อแพทยสภาและกระทรวงสาธารณสุขกันล่ะครับ
พลตรี วลาดิเมียร์ ปูทอง
ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ
แพทย์นักรบผู้ไร้ซึ่งจริยธรรมและเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพแพทย์
5 เม.ย.65 เวลา 9.42 น.
ภายหลังที่โพสต์ดังกล่าวของ นพ.เหรียญทอง ถูกเผยแพร่ ได้มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแชร์และแสดงความเห็น ส่วนมากเห็นด้วยกับการดำเนินการเช่นนี้ พร้อมทั้งให้กำลังใจ นพ.เหรียญทอง พร้อมเสนอ ให้ควรมีหน่วยงานของรัฐมารับช่วงต่อไปดูแล ไม่ใช่ปล่อยภาระให้เอกชนรับผิดชอบ ในต่างประเทศก็มีวิธี transfer ถ้าเมืองไทยไม่มีมาตรการรองรับคนชรา จะมีเคสทอดทิ้งมากขึ้นเรื่อย ๆ