และยิ่งไปกว่านั้น วันนี้ยังมีรายงานข่าวว่า ราคาเนื้อสุกร ได้กลับมาเพิ่มอีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นปีเคยพุ่งสูง โดยพบว่าราคาเนื้อสุกรนั้นปรับขึ้นราคาติดต่อกันมา 4 วันพระแล้ว เป็นปรับขึ้นราคาทั่วประเทศ 4-10 บาท ภาคเหนือแพงสุด 190 บาท/กก.
ซึ่งสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติประกาศปรับขึ้นราคาเนื้อหมูทั่วประเทศ สุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มปรับราคาขึ้นอีกกิโลกรัมละ 2 - 5 บาท ส่งผลราคาแนะนำหมูเนื้อแดงขายปลีก ขึ้นทันที 4 - 10 บาท โดยภาคเหนือ ราคาแพงสุด ขึ้นทีเดียว 10 บาท ดันราคาแนะนำขายปลีกทะลุ 190 บาทต่อกิโลกรัม
สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ให้เหตุผลว่า จำเป็นต้องขยับราคาขึ้นตามต้นทุนการเลี้ยงที่ยังสูงกว่าราคาจำหน่าย บวกกับความต้องการที่มากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย ที่เป็นเทศกาลท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึง
ขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์ ที่รอการตัดสินใจของภาครัฐ ซึ่งแทบไม่มีทางเลือก เหลือเพียงการลดข้อจำกัดในการนำเข้าข้าวโพดตามกรอบ WTO ที่ควรนำเข้าจากประเทศผู้ผลิตใหญ่อย่าง สหรัฐอเมริกา บราซิล หรือ อาร์เจนตินา ได้อย่างเสรี หรือกำหนดปริมาณก็ตาม จะทำให้มีทางเลือกเพิ่ม ในการจัดหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ
ปัจจุบันโรงงานอาหารสัตว์ ไล่ราคาตามซื้อข้าวโพดภายในประเทศที่มีจำนวนจำกัด ทำให้ผู้ประกอบการอาหารสัตว์ และผู้เลี้ยงปศุสัตว์ ต้องแบกต้นทุนหนักขึ้น อย่างไรก็ดี การปรับราคาขายปลีกตามต้นทุน ทำได้ไม่มาก เพราะแรงซื้อของตลาดเนื้อสุกร ยังฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป