ด้านพ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า เราได้รับเรื่องตั้งแต่ 14 มี.ค. วันที่ 15 ได้ประชุมก่อนมีมติผ่าครั้งที่ 2 ตามกฎหมาย พ.ร.บ.การให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ พ.ศ.2559 ที่กำหนดว่า หากมีการร้องขอให้ตรวจสอบรอบ 2 เข้ามา สถาบันฯ ต้องรับไปดำเนินการ เพื่อไม่ให้เป็นการขัดแย้งกับการตรวจครั้งแรก ซึ่งครั้งนี้ก็เสร็จสิ้นไปแล้ว โดยวันที่ 16 มี.ค.ได้ตั้งคณะทำงานจากแพทย์หลายสถาบัน ผ่าวันที่ 17 มี.ค.และใช้เวลา 4 วันในการตรวจสอบ
“ส่วนความล่าช้าที่เกิดขึ้นนั้นเพราะต้องรอผลจากห้องแลป โดยตอนนี้เสร็จสิ้นแล้ว ยืนยันว่าการผ่าพิสูจน์รอบ 2 ถือเป็นประโยชน์ แต่มีข้อจำกัดเรื่องสภาพศพที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งข้อมูลจะถือเป็นความลับ โดยทนายเดชา ได้รับมอบไปแล้ว ดังนั้น การจะเปิดเผยข้อมูลนั้นอาจไม่ได้ทั้งหมด การดำเนินการวันนี้เป็นการร้องขอของญาติ ไม่ใช่พนักงานสอบสวน เราจึงส่งข้อมูลให้ญาติ
ทั้งนี้ เมื่อความเห็นครั้งแรกออกมาแล้ว ครั้งที่ 2 ต้องไม่เหมือนกัน แต่เป็นเพื่อทบทวนว่าครบถ้วน เป็นตามหลักวิชาการ กระบวนกฎหมายหรือไม่ ซึ่งเราทำไปอย่างสมบูรณ์ ซึ่งเรา ทำกระบวนการตรวจสอบครั้งที่ 2 มาตลอด 20 ปี อย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใส”
ผศ.นพ.วรวีร์ กล่าวว่า ในการตรวจสอบครั้งแรกถือว่ามีมาตรฐานที่ถือว่าทำให้ตอบคำถามเกือบทั้งหมด ในรอบสองเพียงเป็นการย้ำว่าข้อสงสัยในข้อแรกนั้นใช่หรือไม่ใช่ สำหรับบาดแผลที่ขา ยังตอบไม่ได้ว่าเกิดอย่างไร โดยตำรวจจะไปจำลองการเกิดบาดแผลกับวัตถุต่างๆ อาจจะเป็นใบพัดเรือ เพื่อเปรียบเทียบกับบาดแผล ส่วนการตรวจสอบเรื่องแอลกอฮอล์นั้น ปกติแล้ว หากตายร่างกายจะไม่ขับ เพราะแอลกอฮอล์จะถูกขับจากลมหายใจ ดังนั้นการตรวจสอบจากศพจะมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย
“สำหรับยูเรียถือเป็นองค์ประกอบในปัสสาวะ หากมีน้ำปัสสาวะในแผ่นอนามัยก็จะตรวจเจอ แต่ตรวจไม่พบ และแผ่นดังกล่าวแช่น้ำ ยูเรียจึงอาจจะถูกชะล้างไป”
ด้านทนายเดชา กล่าวว่า ต้องนำเอกสารฉบับนี้ไปปรึกษากับตำรวจว่าจะเป็นประโยชน์กับการแจ้งข้อหาใครเพิ่มหรือไม่ เกิดจากเจตนาหรือความประมาท และผลต่างจากการตรวจสอบครั้งแรกหรือไม่ โดยตนยังไม่พบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัย แต่ต้องปรึกษากับแพทย์เรื่องบาดแผล 22 จุด
“สำหรับการตรวจสอบก็พบว่านิติเวช รพ.ตำรวจ ถือว่ามีมาตรฐานสากล ทุกอย่างเรียบร้อย แต่เรื่องบาดแผลอาจจะเรียกว่าเป็นสิ่งใหม่ ถือว่ามีประโยชน์ แต่ต้องดูให้ละเอียด เพราะสภาพศพถือเป็นพยาน ต้องไปดูว่ามีร่องรอยการทำร้ายหรือไม่ หากมีก็ต้องเทียบกับพยานแวดล้อม จีพีเอส เพื่อประกอบการแจ้งข้อหาเกี่ยวกับการเจตนาฆ่า ลำพังบาดแผลยังไม่สามารถบอกได้ว่าเกิดจากเจตนาหรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่าคงไม่มีการผ่าพิสูจน์ซ้ำรอยที่ 3 ตั้งแต่ตนเป็นทนายความมามีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่คดีนี้คงพอแล้ว”
ทนายเดชา กล่าวอีกว่า กรณีวานนี้มีข่าวว่าตำรวจยื่นขอศาลออกหมายจับคนบนเรือเพิ่ม แล้วศาลยกคำร้องนั้นยืนยันว่าไม่เป็นจริง เพราะตำรวจคงไม่ทำอะไรให้หน้าแตก “เชื่อว่าเร็ว ๆ นี้ อาจจะมีการออกหมายจับหรือแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม อาจโดนยกลำเลยก็ได้ หรือเหลือเพียงคนเดียวก็ได้” โดยคดีของแตงโมนั้น คาดว่าจะมีการปิดคดีเร็ว ๆ นี้ แต่ถ้าสังคมยังมีข้อสงสัยกันเยอะ คดีก็ยังไม่จบ แต่ย้ำว่า คดีนี้ตำรวจมีหลักบานเพียงพอเอาผิด ตนเชื่อใจตำรวจ
ในตอนท้าย ทนายเดชา เผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังทนายกฤษณะถูกถอนจากทีมทนายของแม่แตงโม ก็ไม่ค่อยได้คุยกันเพราะ ทนายกฤษณะย้ายไปอยู่ค่าย 007 และบังแจ็ค ซึ่งกรณีที่บอกว่ามีหลักฐานใหม่นั้น หากเอาความลับทางคดีไปพูด อาจถูกถอนใบอนุญาต ส่วนแม่ของแตงโมนั้น ที่ผ่านมาหลังเกิดเรื่องราวต่าง ๆ ขึ้น ทำให้แม่ของแตงโมนั้นนอนไม่หลบ ลุกไม่ลุก ต้องกินยานอนหลับ ตนจึงอยากจะขอสังคมว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็อย่าไปตำหนิหรือว่าแม่ของแตงโม เพราะที่มีอายุมากแล้วและต้องอยู่คนเดียว ย้ำว่า แม่ของแตงโมไม่ใช่บุคคลสาธารณะ ถ้ายังด่าไม่จบอาจจะต้องดำเนินการ