ด้วยเงื่อนไขดังกล่าว ทำให้ภูมิคุ้มกันแอนติบอดีที่ได้จากการติดเชื้อ BA.1 ไม่อาจปกป้องการติดเชื้อจาก BA.2 ได้ 100 % (ภาพ 2-4)
ทางศูนย์จีโนมทางการแพทย์ฯ ตรวจหาสายพันธุ์ของไวรัสโคโรนา 2019 ด้วยเทคโนโลยี “Mass Array” ภายใน 24-48 ชั่วโมง ยังพบสัดส่วนของโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.1 และ BA.2 ใกล้เคียงกัน (ภาพ 5)
จากการศึกษาในเดนมาร์กที่มีการระบาดของ BA.1 และติดตามมาด้วยการระบาด BA.2 จำนวนมากกว่า 1.8 ล้าน คน พบว่า..
- มีผู้ติดเชื้อ BA.1 (โอมิครอน สายพันธุ์หลัก) และตามมาด้วยการติดเชื้อซ้ำหรือ Re-infection” ด้วย BA.2 (โอมิครอน สายพันธุ์ย่อย) หลังจากหายจากการติดชื้อโอมิครอน BA.1 (recovery) แล้ว 60 วัน ซึ่งถือว่าน้อยมาก
- แสดงให้เห็นว่าผู้ติดเชื้อ BA.1 มีภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อ BA.2 ซ้ำ
- ผู้ที่ติดเชื้อ BA.2 ซ้ำที่มีจำนวนไม่มากนั้น ไม่มีคนใดต้องเข้ารักษาตัวใน รพ. หรือเสียชีวิต
- ผู้ที่ติดเชื้อ BA.2 ซ้ำนั้นส่วนใหญ่ร้อยละ 89 ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน และมีอายุน้อย (0-19 ปี)
สรุปว่า มีการติดเชื้อซ้ำจาก BA.2 หลังจากติดเชื้อ BA.1 ครั้งแรกได้ แต่พบได้ยาก และจะพบยากในผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีน โดยผู้ติดเชื้อซ้ำด้วย BA.2 พบว่ามีอาการไม่รุนแรงต้องเข้า รพ. หรือเสียชีวิต
ขอบคุณข้อมูล : Center for Medical Genomics