"ประเทศไทยมีประชากรประกอบอาชีพภาคเกษตร 9 ล้านกว่าครัวเรือน 30-40 ล้านคน รัฐบาล โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับภาคการเกษตร จึงมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนของประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกิน หรือมีที่ดิน แต่ไม่เพียงพอ ช่วยให้มีที่ดินทำกินอย่างถูกต้อง เพื่อเป็นการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นคงในการดำรงชีวิต" นายนิพนธ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของ คทช.จังหวัด เพื่อจัดที่ดินทำกินให้กับชุมชนในครั้งนี้ เป็นการประสานความร่วมมือที่มีการทำงานร่วมกันแบบไร้รอยต่อระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งเมื่อประชาชนได้ที่ดิน ได้สิทธิในที่ดิน ถึงแม้ว่าจะ ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน แต่จะเป็นการสร้างความมั่นใจในการทำกินให้กับชุมชน สามารถทำกินในที่ดินผืนดังกล่าวได้โดยถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย
นอกจากนี้ ขอบคุณทุกองคาพยัพ และภาคีภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการจัดที่ดินทำกินให้ประชาชนในครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั้งท้องถิ่น ท้องที่ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของกระทรวงมหาดไทยในการ "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข" ให้แก่ประชาชน ที่ต้องเดินไปด้วยกัน ทำงานร่วมกันอย่างเหนียวแน่นแข็งขัน ตนมองว่าการมีที่ดินทำกินเป็นความมั่นคงในขีวิตของประชาชน เป็นการสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความมั่นใจ ประชาชนไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกที่ดินของทางราชการ หลังจากนี้ขอให้ประชาชนนำโฉนดที่ดินไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ว่าจะใช้เป็นที่อยู่อาศัย หรือจะนำไปประกอบอาชีพ เพิ่มผลผลิตและรายได้ดูแลครอบครัว
สำหรับประชาชนชาวเกษตรกร ไม่เพียงแค่การจัดหาที่ดินให้ทำกิน รัฐบาลนี้ยังได้มีความพยายามออกมาตรการการให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นนโนบายประกันรายได้พืชผลทางการเกษตรชนิดต่าง ๆ ประกอบด้วย ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยางพารา และปาล์ม โดยในงานมีการสัมภาษณ์ชาวบ้านในพื้นที่ ต.เจริญศิลป์ อ.เจริญศิลป์ ผู้ประกอบอาชีพ ทำสวนยางพาราและทำนา จำนวน 2 ราย ทราบว่า ได้รับเงินส่วนต่างการปลูกข้าวนาปีและการทำสวนยางพารา จำนวนเงินร่วมกว่า 70,000 บาท
ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวเป็นไปเพื่อสร้างความมั่นคงของรายได้ให้กับเกษตรกร โดยเป็นหลักประกันรายได้ขั้นต่ำในการประกอบ อาชีพการเกษตร สร้างความมั่นคงด้านอาหาร รักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ดังนั้น ขอให้ประชาชนได้ขึ้นเป็นทะเบียนเกษตรกรให้ถูกต้อง เพื่อเข้าถึงและรับการดูแลตามนโยบาย มาตรการความช่วยเหลือต่างๆ ของราชการอย่างทั่วถึง