โดยเจ้าตัวใช้แสดงชื่อในการขายคือ “น.ส.อลิสา มาลีเมาะ”ทำทีบอกร้านทองว่า บัตรประชาชนหาย แต่ผู้ต้องหาได้ถ่ายภาพไว้ และแสดงให้ร้านทองดูทางโทรศัพท์มือถือ ทางร้านทองจึงหลงเชื่อ แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน
นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังให้การ รับสารภาพอีกว่า เมื่อวันที่ 25 มีนาคม เวลาประมาณ 19.20 น. ได้นำสร้อยคอทองคำ และกำไลทองคำที่ลักมาได้รวม 3 บาทไปขายที่ร้านทองอีกร้าน บริเวณปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ได้เงินมา 86,000 บาท โดยใช้ชื่อ “น.ส.ลักษิกา จำจำปา” และปลอมตัวแต่งกายเป็นหญิงมุสลิม สวมผ้าคลุมศีรษะคล้ายฮิญาบปิดบังใบหน้าเพื่อนำทองคำไปขาย
จากนั้นหลบหนีไปพักอาศัยที่ ห้องเช่าหลังวัดเพลง ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 โดยจากการตรวจสอบภายในโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหายังพบภาพถ่ายบัตรประชาชนของบุคคลอื่นจำนวนมาก สอบถามแล้วยอมรับว่าเอามาจากอินเตอร์เน็ตเพื่อไว้ใช้ในการหลอกสมัครงานและทำธุรกรรมต่างๆ
ส่วนสาเหตุที่ทำเนื่องจากระหว่างเรียนเกิดตั้งครรภ์มาแล้ว 7 เดือน เลยต้องหยุดเรียน ตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว เพื่อเลี้ยงลูก จากการตรวจสอบเชื่อว่าน่าจะก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง
ทั้งนี้ ฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ หากจะรับสมัครลูกจ้างเข้าทำงาน ให้ตรวจดูประวัติและบัตรประชาชนให้ถูกต้องตรงกับความเป็นจริงเพื่อมิให้ถูกกลุ่มมิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางในการก่อเหตุและสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชน หากมีผู้เสียหายอื่นที่ผู้ต้องหานี้เคยไปก่อเหตุแล้วหลบหนีไป สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ สน.แสมดำ
เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย ที่เป็นของนายจ้างในเวลากลางคืน”
ต่อมา เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 นำกำลัง คุมตัวนางศิรดา หรือฝน ผู้ต้องหา มาทำแผนชี้จุดเกิดเหตุ ที่ร้านทองแกรนด์เยาวราชตลาดดี แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ เพื่อนำมาประกอบคำรับสารภาพ
ด้านเจ้าของร้านทอง เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้ผสมยากับน้ำดื่ม ซึ่งเป็นน้ำใบเตย โดยก่อนหน้านี้ ผู้ต้องหาได้เดินมาถาม ว่าตนเองดื่มน้ำใบเตยใช่หรือไม่ ก็ตอบไปว่าใช่ กระทั่งช่วงบ่ายผู้ก่อเหตุเดินไปใส่ยาในน้ำ และคิดว่าที่ผู้ต้องหาทำไปไม่ได้จะเอาทรัพย์สินเพียงเท่านี้
ส่วนลูกชายก็โดนเช่นกัน โดยใส่ยาสลบในน้ำอัดลม ในช่วงแรกที่ใส่ลูกชายไม่ได้ดื่ม จึงเดินไปซื้อขวดใหม่มา ในส่วนที่ตัวเองนั้นสลบไปทางลูกชายคิดว่าตัวเองนอนหลับ จึงปิดไฟเพื่อให้นอนพักผ่อน จังหวะนั้นลูกสาวได้กลับมาที่ร้าน ถือว่าโชคดีที่ทางแฟนตัวเองที่อยู่อีกร้านเห็นความผิดปกติจึงมาดู และช่วยเหลือไว้ทัน
หลังเสร็จสิ้นการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนพร้อมนำสำนวนเตรียมส่งฝากขังศาลอาญาธนบุรีเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป