ขณะที่วันนี้สมาคมฯ พยายามเดินหน้าต่อ ขอจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี เพื่อชี้แจงแก่มวลมหมู่สมาชิก และทายาท ทั้ง 45,000 คน สุดท้ายได้รับการอนุมัติให้จัดประชุมใหญ่ได้แล้ว กำหนดในวันที่ 2 เมษายน 2565 ซึ่งคาดว่าสถานการณ์จะวุ่นวายมาก หากสมาชิกมาครบทั้ง 45,000 คน เพื่อมารับฟังคำชี้แจงจากสมาคมฯ ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งพับจดหมาย เพื่อจัดส่งจดหมายทางไปรษณีย์ไปยังสมาชิกทั้ง 45,000 คนแล้ว
ดร.สามัคคี เดชกล้า สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า เรียนสมาชิกทุกท่าน หลังจากที่นายทะเบียนได้ระงับการทำงานของสมาคมชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา ก็ได้มีการอุทธรณ์ได้มีการขอเข้ามาทำงาน จนกระทั่งนายทะเบียนได้มีหนังสือแจ้งให้เราจัดประชุมในวันที่ 19 มีนาคม แต่การรับหนังสือล่าช้า ในพระราชบัญญัติสมาคมจะต้องแจ้งสมาชิกก่อน 7 วันซึ่งไม่ทัน จึงได้เลื่อนมาเป็นวันที่ 26 มีนาคม และเราก็ได้รับหนังสือตอบจากนายทะเบียนวันที่ 18 มีนาคม เวลาบ่าย 3 โมง ถ้าจัดส่งให้ทันก่อน 7 วันนับตั้งแต่วันจันทร์ที่ 21 ก็ไม่ครบ 7 วันอีกในวันที่ 26 มีนาคม เราจึงขอเลื่อนเป็นวันที่ 2 เมษายน ซึ่งวันนี้ก็ได้รับหนังสือลงวันที่จัดประชุมในวันที่ 2 เมษายน ซึ่งหนังสือแจ้งเราเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ถ้านับไปถึงวันที่2 เมษายน ตอนนี้เราได้จัดเตรียมเอกสารที่จะส่งให้แก่สมาชิก ซึ่งมีสมาชิกกว่า 45,000 คนต้องส่งให้ถึงก่อน 7 วันซึ่งบางท่านอาจจะได้รับเฉพาะคนที่อยู่ใกล้ บางท่านอาจจะไม่ได้รับ เพราะจะยึดตามวันที่ตราไปรษณีย์อย่างน้อย 7 วัน คือวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะไปส่งออกเพื่อที่จะเตรียมจัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี ซึ่งจะมีวาระเรื่องของการรายงานผลการดำเนินงานในรอบปี 2564, เรื่องการรับรองงบดุล, เรื่องการรับรองรายรับรายจ่ายของสมาคม, รวมทั้งการพิจารณาแก้ไขข้อบังคับที่ขัดต่อ พรบ. รวมทั้งเรื่องของการพิจารณาทบทวนการเรียกเก็บเงินสงเคราะห์ล่วงหน้าในปีบัญชี 2565 และแนวทางที่เราจะดำเนินการต่อไปว่าเราจะทำอย่างไรที่จะให้สมาคม ที่จะสามารถเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนคนไทยได้อย่างแท้จริง ซึ่งได้ฟังจากทุกฝ่าย หลายท่านก็เป็นสมาชิกมากกว่า 10 ปียังไม่เคยมีสมาชิกเสียชีวิต ถ้าอยู่ดี ๆ สมาคมต้องหยุดดำเนินการ หรือสมาคมล้ม สมาชิกกว่า 45,000 คน จะเป็นอย่างไร ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบและเงินที่สมาชิกส่งมาใครจะเป็นผู้รับผิดชอบส่งเขาคืน เป็นประเด็นอีกประเด็นหนึ่ง เพราะฉะนั้นจากหลักการตรงนี้ ก็ต้องยืนยันว่าสมาคมจะล้มไม่ได้ จะต้องเดินต่อไป แต่ว่าจะเดินต่อกันในแนวทางไหนนั้น ก็ว่ากันในที่ประชุมใหญ่ ว่าวิธีการดำเนินการแบบเดิมที่สมาคมเคยปฏิบัติมาเป็นแบบนี้ วิธีตามกฎหมายก็จะเป็นแบบนี้ ส่วนทางเลือกที่เราจะไม่ให้สมาชิกเสียสิทธิ์ และไม่ต้องจ่ายเงินมากและมีวงเงินคุ้มครองเพื่ออยู่ในเกณฑ์ที่รับกันได้จะเป็นอย่างไร
โดย-พงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์