ในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการฟอกเงินนั้นจะยึดเอา พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 เป็นหลัก ซึ่งได้มีการกำหนดมาตรการพิเศษไว้ทั้งในทางอาญาและทางแพ่ง โดยมาตราการทางแพ่ง คือ การขอให้ทรัพย์สินที่เกิดจากการกระทำความผิดตกเป็นของแผ่นดิน และมาตรการทางอาญา คือ ความผิดอาญาฐานฟอกเงิน
รวมถึงผู้สนับสนุน ช่วยเหลือ พยายาม และสมคบกันเพื่อฟอกเงินด้วย และมีการกำหนดโทษให้ผู้ที่กระทำความผิดฐานฟอกเงิน มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
รองโฆษกตร. กล่าวต่อว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งรัดทำการสืบสวนสอบสวนปราบปรามความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน ขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดทุกรายตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงขอฝากเตือนเกี่ยวกับการรับเปิดบัญชีม้า คือ การรับจ้างเปิดบัญชี หรือ ให้ผู้อื่นใช้บัญชีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด เช่น ยาเสพติด ฉ้อโกง การพนันและความผิดฐานฟอกเงิน เป็นต้น