เนชั่นทีวี

ข่าว

'จุรินทร์ ' จับมือเอกชนลุยช่วยส่งออกผลไม้

23 มี.ค. 2565 | kwanprasert_sri

'จุรินทร์ ' จับมือเอกชนลุยช่วยส่งออกผลไม้

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้ามาตรการบริหารจัดการผลไม้ปี 2565 และการแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ โดยเฉพาะตลาดไปจีน โดยเป็นการประชุมร่วมกันเต็มรูปแบบ

มีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน ผู้ประกอบการผลไม้ ผู้แทนเกษตรกร ห้างค้าปลีก-ค้าส่ง สถานีบริการน้ำมัน โลจิสติกส์ และสายการบิน มาร่วมประชุมที่กระทรวงพาณิชย์ ขณะที่ทูตพาณิชย์จากทั่วโลก และพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ร่วมประชุมผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์

 

โดยฤดูกาลผลิตปี 65 นี้ จะมีผลผลิตผลไม้เพิ่มขึ้น 13% สิ่งที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้คือประชุมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและกำหนดมาตรการเชิงรุกล่วงหน้าตั้งแต่ครึ่งปีที่ผ่านมา คือมาตรการ 17+1 โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีมาตรการเปิดด่านเพิ่มขึ้นมาเป็นมาตรการที่ 18

'จุรินทร์ ' จับมือเอกชนลุยช่วยส่งออกผลไม้

ขณะนี้การใช้ 17 + 1 ที่ผ่านมามีการเตรียมตลาดรองรับไว้แล้ว 450,000 ตัน ส่วนที่เหลือจะเป็นไปตามกลไกตลาด ที่เกษตรกรผลิตผลไม้ที่ได้คุณภาพ ล้งรับซื้อตามมาตรฐานและราคาที่เป็นธรรม ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกดำเนินการเตรียมการส่งออกต่อไป

'จุรินทร์ ' จับมือเอกชนลุยช่วยส่งออกผลไม้

สำหรับผลไม้ไทย ตลาดใหญ่คือประเทศจีน ในปี 64 ส่งออกจีน มีมูลค่า 163,000 ล้านบาท ปริมาณ 2.2 ล้านตัน ซึ่งการส่งออกไปจีนทำได้ 3 เส้นทางหลัก คือ ทางเรือ 51% ทางบก 48% และทางอากาศ 0.54%

'จุรินทร์ ' จับมือเอกชนลุยช่วยส่งออกผลไม้

การประชุมวันนี้ ภาคเอกชนนำเสนอทางออกร่วมกัน 8 ประเด็น โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการตลาด การส่งออกตลาดจีน ซึ่งเป็นการบ้านที่หลายหน่วยงานจะต้องไปร่วมกันคิดต่อ

'จุรินทร์ ' จับมือเอกชนลุยช่วยส่งออกผลไม้

ประเด็นที่ 1 จะเจรจากับทางการจีนขอให้ช่วยเปิดด่าน เดิมเปิด 4 ด่าน ปิดไป 1 ด่าน คือ ด่านตงซิง จะขอความร่วมมือให้ช่วยเปิดด่านตงซิง เพื่อระบายผลไม้ออกไป รวมทั้งขยายเวลาเปิดด่าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการส่งออกผลไม้ไทย โดยนายจุรินทร์ มอบให้ทูตพาณิชย์ ทูตเกษตรเจรจาต่อไป

 

ประเด็นที่ 2 ทางฝั่งลาวที่เราส่งผลไม้ไปจีน โดยเฉพาะเชียงของ ไปโมฮ่าน ของจีน และผ่านด่านบ่อเต็น ขอให้ทูตพาณิชย์ ทูตเกษตร และกระทรวงการต่างประเทศช่วยเจรจา ในการถ่ายรถ ซึ่งเดิม รถไทยสามารถผ่านด่านไปเชียงของ และถ่ายรถครั้งเดียวที่ด่านบ่อเต็น เข้าจีนได้เลย แต่ช่วงหลังทางการลาวเปลี่ยนระบบให้ถ่ายรถที่ด่านเชียงของ ปัญหาคือรถลาวมีไม่เพียงพอ ก็จะเจรจาขอให้กลับไปเหมือนเดิม หรือให้ทางการลาวเพิ่มรถ

 

ประเด็นที่ 3 การขนส่งทางเรือ ประเด็นตู้คอนเทนเนอร์คลี่คลายแล้ว และค่าระวางเรือยังทรงอยู่ อยากให้เรือใหญ่เข้ามาเทียบท่าของไทยมากขึ้น ถ้ามีมาตรการอนุญาตให้มีการถ่ายลำจะจูงใจให้เรือใหญ่เข้ามา นำตู้เข้ามาได้มากขึ้น ช่วยให้เรามีตู้ส่งออกไปได้มากขึ้น กรมการค้าต่างประเทศร่วมกับเอกชน และหน่วยงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องร่วมเจรจากันให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว

 

ประเด็นที่ 4 การขนส่งทางอากาศ มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย สายการบินต่างๆ รวมทั้งผู้ส่งออกเร่งเจรจาร่วมกัน และ EXIM Bank ในฐานะช่วยสินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรน ให้ต้นทุนการขนส่งทางอากาศลดลง เพื่อเพิ่มช่องทางการส่งออกผลไม้ปีนี้ไปยังจีน

ประเด็นที่ 5 เรื่องเส้นทางการขนส่งผ่านรถไฟโดยเฉพาะรถไฟลาว-จีน จะเริ่มต้นจากหนองคายไปเวียงจันทน์ และเข้าจีนที่ด่านโมฮ่าน แต่ด่านโมฮ่าน ยังไม่เสร็จต้องรอเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป จึงให้ทูตพาณิชย์และทูตเกษตร เจรจากับ สปป.ลาว ว่า ถ้าขนส่งผลไม้ผ่านรถไฟลาว-จีน เมื่อเข้าเวียงจันทน์ให้ผ่านด่านโมฮ่าน แล้วไปตรวจที่คุนหมิงทีเดียวที่เป็นจุดหมายปลายทาง หรือจะให้ตรวจที่ด่านบ่อเต็นก็ได้ เนื่องจากด่านโมฮ่านยังไม่เสร็จ เพื่อเพิ่มช่องทางการระบายผลไม้

 

ประเด็นที่ 6 การขนส่งผลไม้ผ่านนครพนม ลาว เวียดนาม แล้วไปจีน ซึ่งการผ่านเวียดนาม จะมีการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee : JTC) ในวันที่ 20 เมษายน 2565 นายจุรินทร์ จะนำเรื่องนี้ในระดับรัฐมนตรีมาเจรจา ขอเวียดนามอำนวยความสะดวก และช่วยลดการจราจรที่ติดขัดหน้าด่าน

 

ประเด็นที่ 7 เอกชนขอให้ช่วยเจรจากับทางการจีน ประเด็นรถที่ตรวจพบโควิดที่ด่านก่อนเข้าด่านจีน ปกติจีนจะนำไปฉีดฆ่าเชื้อแล้วส่งกลับและปิดด่าน ก็จะเจรจาให้เป็น พ่นฆ่าเชื้อแล้วส่งกลับ ยินดีให้แบล็คลิสต์ แต่ขออย่าปิดด่าน

 

ประการที่ 8 การเคลื่อนย้ายแรงงานช่วยเก็บเกี่ยวผลไม้ที่ภาคตะวันออก หรือจังหวัดอื่นๆ ที่จำเป็น ขอให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน ฝ่ายความมั่นคง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ ร่วมกัน และผู้ว่าราชการจังหวัด จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ รวมทั้งการเคลื่อนย้ายล้งเมื่อหมดฤดูผลไม้ทางภาคตะวันออกและผลไม้ภาคใต้ออกให้อำนวยความสะดวกไปรับซื้อที่ภาคใต้ด้วย โดยประเด็นที่ 7 และ 8 ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาว่าจะต้องแล้วเสร็จเมื่อไหร่ แต่จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อให้การส่งออกดำเนินไปได้ โดยการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ไม่ใช่เพียงแค่การทำหนังสือแต่ต้องมีการโทรศัพท์พูดคุยหรือเดินทางไปพบด้วยตัวเองเพื่อให้เกษตรกรสบายใจว่ารัฐบาลพยายามช่วยกันแก้ปัญหา และเตรียมการรับมือล่วงหน้ากับสิ่งที่ยังไม่เกิด

'จุรินทร์ ' จับมือเอกชนลุยช่วยส่งออกผลไม้

'จุรินทร์ ' จับมือเอกชนลุยช่วยส่งออกผลไม้

นายจุรินทร์ ยังบอกด้วยว่า จากการคาดการณ์ผลผลิตผลไม้ที่เพิ่ม 13% แบ่งเป็นทุเรียน 22% มังคุด 43% ลำไย 7.8% เงาะ 6% มะม่วง 5% ลิ้นจี่ 4% ลองกอง 1% พร้อมยืนยันว่าผลไม้ไม่ได้ราคาตกสำหรับปี 2564 ที่ผ่านมาก็ถือว่าราคาดีมากและแก้ปัญหาต่างๆได้อย่างทันท่วงที พร้อมตั้งเป้าการส่งออกผลไม้ทั่วโลก บวกอีก 15% จะได้เม็ดเงินที่ 287,500 ล้านบาท แต่ถ้าเฉพาะส่งออกจีน 65% ก็อยู่ที่ประมาณ 180,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าตลาดการส่งออกไปรัสเซียกับยูเครนที่มีเหตุสู้รบกันในขณะนี้ ไม่กระทบกับประเทศไทย

ข่าวล่าสุด