ขณะที่ ทนายกฤษณะ กล่าวว่า ตนขอขอบคุณแตงโม พร้อมเปิดเผยว่าตนเองจะพกรูปเเตงโมไว้ในเสื้อสูทตลอดเวลา หากหาอะไรไม่ได้ คิดอะไรไม่ออก ก็จะหยิบรูปถ่ายขึ้นมาดู เเล้วเอาลูบไปที่ใบหน้าของเเตงโม พร้อมบอกว่าให้เเตงโมช่วยดลบันดาลให้พบหลักฐาน เเล้วหลังจากนั้นก็จะทำให้ตนมีข้อมูลใหม่ ๆ อยู่ตลอด ดังนั้นขอขอบคุณเเตงโมที่ช่วยให้มาพบกับนายมงคลกิตติ์ เพื่อเดินหน้าคลี่คลายคดี
ทนายกฤษณะ กล่าวว่า "ผมจะไม่ร้องไห้อีกเเล้ว ผมจะไม่อ่อนเเอ บางครั้งที่ผ่านมาอาจมีการกระทบกระทั่งกับบางคนที่เคยร่วมงาน ผมไม่เคยโกรธ มีเเต่ให้ความเคารพ มองที่ปัจจุบัน ไม่ขอมองเรื่องในอดีต ขอบคุณ ส.ส.เต้ ที่ให้โอกาส ผมได้มาอยู่จุดนี้อีกครั้ง มีโอกาสได้เเสดงฝีมือ ผมไม่ใช่คนอ่อนเเอเหมือนเดิมเเล้ว ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งนี้ขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาส
ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าอับอายเเทบไม่กล้าสู้หน้าสังคม เเต่ตอนนี้คนส่วนใหญ่ให้กำลังใจ ขอทำงานเคียงข้าง ส.ส.เต้ เพื่อหาความจริง ด้วยความศรัทธา เเละเชื่อมั่น ถือว่ามีเกราะป้องกันอีกชั้น หลังจากได้เรียนรู้บางสิ่งบางอย่างมาเเล้ว น้องเเตงโมรอพี่นะครับ พี่จะหาความจริงมาให้น้อง ถึงพี่จะยังหาหลักฐานไม่ครบถ้วน เเต่อีกไม่นานความจริงจะปรากฎ"
ส่วนทนายเดชา ยังมีความเคารพกันเหมือนเดิม เเละยังประสานงานกันอยู่ ซึ่งก่อนจะมารับงานกับ ส.ส.เต้ ก็ได้ปรึกษากับทนายเดชาเเล้ว ท่านก็อนุญาต เพียงเเต่เเนะนำว่าเวลาให้สัมภาษณ์อย่าพาดพิงถึงเเม่ เช่นเดียวกับความสัมพันธ์กับเเม่เเตงโม ยังเคารพ เเละมีการโทรพูดคุยกันตลอด ซึ่งการมาช่วยงานนายมงคลกิตติ์ ก็ถือว่าได้ช่วยคดีน้องเเตงโมอีกทาง โดยตอนนี้เเม่เป็นห่วงเรื่องคราบเลือดบนเรือด้วย
ทั้งนี้นายกฤษณะ ขอฝากถึงเจ้าหนี้ทุกคนว่า จะชำระให้ครบทุกท่านอย่างเเน่นอน ฝากขอโทษชาวอุดรธานี ถึงเรื่องที่ผ่าน ๆ มา ขอให้ชาวอุดรธานี ให้กำลังใจตนเองและขอทำงานให้ลุล่วงไปก่อน หากหลังจากงานเสร็จ จะด่าตนก็ไม่ว่า ตอนนี้ขอให้มองที่ปัจจุบัน