เมื่อถามว่าระหว่างนี้การเมืองจะเป็นอุปสรรคในการทำงานหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ให้ไปถามฝ่ายการเมือง ตนอยู่ฝ่ายบริหาร ส่วนเรื่องการใช้เสียงในสภาจะทำให้รัฐบาลยังมีเสถียรภาพหรือไม่ ก็แล้วแต่เสียงในสภา ตนบังคับใครไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าคิดว่าทำไปแล้วประเทศชาติจะดีขึ้น ก็แล้วแต่เขา
ในส่วนของการทำงานของคณะรัฐมนตรี จะต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่นั้นนายกรัฐมนตรีระบุว่า ตนก็พูดคุยกับทุกคน นอกจากการประชุมคณะรัฐมนตรี ทุกวันมีการติดต่อกันโดยตรง มีการส่งไลน์พูดคุยกัน ในเรื่องต่างๆ ว่าจะไปดูแลได้หรือไม่ รับไปดูแลได้หรือไม่ ซึ่งก็มีการตอบกลับมาว่าดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ไม่ใช่เจอกันอาทิตย์ละครั้ง แต่เจอกันทุกวันทุกกระทรวง เมื่อมีเรื่องมาตนก็ส่งไป ว่าพี่ไปทำเรื่องนี้หน่อยนะหรือไปช่วยดูตรงนี้หน่อยนะ อะไรที่ตนแนะนำได้ เพราะตนอยู่ข้างบน และเรื่องเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง ก็ได้มีการให้แต่ละกระทรวงดำเนินการต่อได้หรือไม่ ทุกอย่างต้องทำงาน และบริหารเช่นนี้
ส่วนจะมีการปรับภาพหรือเสริมทัพหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ไม่มี ไม่มีการปรับอะไรทั้งนั้น
ขณะที่ พลเอกประวิตรได้ถามในวงรับประทานอาหารร่วมกับพรรคเล็กว่ามีแผนล้มนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น พลเอกประยุทธ์ ระบุว่า " ก็ให้มาล้มเถอะ ใครจะล้มก็ล้มไป ตนไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ตนคิดว่าทุกคนมีวุฒิภาวะที่ดีเพียงพอ และตนให้เกียรติเขาทุกคน และตนขอถามว่าจะเกิดประโยชน์กับใคร วันนี้ตนทำงานมาเท่าไหร่ อะไรสำเร็จบ้าง ไปเทียบดู ไปเทียบมาเลย 7-8 ปีที่ผ่านมา ขอให้ไปเทียบผลงานมาเลย และให้ประชาชนไปแยกแยะเอาเอง"
ส่วนจะถือว่าการร่วมรับประทานอาหารพรรคเล็กจะเป็นการรับฟังเสียงของประชาชนหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไม่มีอะไรหรอก กินข้าวอย่างเดียว
ส่วนเมื่อถามย้ำว่าการที่พลเอกประวิตรออกมาพูดจะเป็นการส่งสัญญาณอะไรทางการเมืองหรือไม่นั้น พลเอกประยุทธ์ ย้ำว่า ไม่มีอะไรหรอก กินข้าวผิดด้วยหรือ