จากการตรวจค้นภายในขนำยังพบอาวุธปืนกล๊อค 9 มม. 1 กระบอก ปืนลูกซองยาว 1 กระบอก ปืนลูกกรด ขนาด .22 อีก 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน 9 มม. และ .22 อีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งยาบ้าประมาณ 100 เม็ด และอุปกรณ์เสพกัญชา โดยปืนกล็อค 9 มม.นายคำจร รับว่าเป็นของตนที่ซื้อมาจากเพื่อน จากการสอบสวน นายคำจร ยอมรับว่ารู้จักกับ นายนายจำรัส หรือฉุยเขาจันทร์ และนายอัฐพล หรือรวยจริง โดยเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 9 มีนาคม ก่อนเกิดเหตุยิงปะทะกัน นายอัฐพล หรือรวย ได้นำยาบ้ามาส่งให้ถุงประมาณ 200 เม็ด บริเวณทางเข้าหมู่บ้าน
และหลังจากเกิดเหตุยิงกัน 2 วัน นายอัฐพล หรือรวย ได้โทรมาหาหลังจากนั้นนายอัฐพล และนายจำรัส เดินทางมาพบตน ซึ่งตนสังเกตุเห็นที่มือซ้ายของนายอัฐพล มีบาดแผลด้วยเมื่อถามก็บอกแค่ว่าโดนปืนมา โดยอ้างว่าตอนนั้นตนไม่รู้ว่าทั้ง นายจำรัส และนายอัฐพล ไปก่อเหตุยิงปะทะกับตำรวจมาเพราะไม่ได้คุยอะไรกันมากและอ้างว่าไม่รู้ข่าว
นายคำจร ยังบอกอีกว่า รู้จักนายจำรัส หรือฉุยเขาจันทร์ แต่ไม่ได้สนิทกันเพียงแต่เคยว่าจ้างให้ตัดไม้ไปสร้างบ้านให้ แต่จะสนิทกับ นายอัฐพล มากกว่าเพราะติดต่อซื้อขายยาเสพติดกัน และยังรับว่าเมื่อคืนนี้เพิ่งเสพยาบ้ามา 2 เม็ด
จากการตรวจสอบประวัตินายคำจร พบว่าเคยถูกจับกุมในคดีลักลอบตัดไม้มาก่อนด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 ได้ตรวจสอบเก็บหลักฐานและเก็บดีเอ็นเอ็นวัตถุพยานเช่นอาวุธปืนที่พบภายในขนำไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้สอบสวนเจ้าของขนำพร้อมภรรยาและชายอีก 2 คนที่อยู่ในที่เกิดเหตุขณะเข้าตรวจค้นพร้อมกับตรวจดีเอ็นเอและลายนิ้วมือเพื่อดูว่าเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับคดีนี้หรือไม่
ส่วนคำจร ได้ควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมเพราะน่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การหาเบาะแสไล่ล่าติดตามจับกุมคนร้ายเบื้องต้นได้แจ้งข้อหาอาวุธปืนและยาเสพติดเอาไว้ก่อนส่วนผู้ต้องหาทั้งสามคนเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าขณะนี้ยังกบดานอยู่ในพื้นที่หรือไม่เร่งสอบสวนขยายผลผู้ใกล้ชิดและคนสนิทเพิ่มเติมและยังคงเร่งติดตามไล่ล่าอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะจับกุมได้
ภาพ/ข่าว : สันติภาพ รามสูต สำนักข่าวเนชั่น จ.สงขลา