ด้านนายซี (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี กล่าวว่า ผมสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ จึงถูกใช้ให้หลอกเหยื่อทางโซนยุโรป แต่ผมเห็นว่าไม่ตรงกับงานที่ตั้งใจไว้และผิดศีลธรรม เมื่อประสานกับคนพาหลบหนีได้แล้วจึงชักชวนกันออกจากตึกสีฟ้าที่พักในเวลา 19.30 น.โดยทิ้งข้าวของทั้งหมดเอาไว้ในห้องนอน จากนั้นวิ่งหลบหนียามออกไปทางด้านหลังของตึกสีฟ้าแล้วเดินเท้าไป ประมาณ 1 ชั่วโมง จนถึงหมู่บ้าน
จากนั้นก็มีรถยนต์มารับแล้วพาพวกตนเดินทางไปท่ามกลางความมืด เมื่อมาถึงฝั่งแม่น้ำโขงจึงมีรถกาบแบบเดิมมารับให้ลงเรือพร้อมกันทั้ง 5 คน คนเรือก็ใช้ไม้พายพายเรือออกไปกลางแม่น้ำโขงแทนการติดเครื่องยนต์เพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง แล้วมาขึ้นฝั่งไทยที่บริเวณหมู่บ้านปงของ ต.แม่เงิน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
“เมื่อถึงฝั่งไทยก็คิดว่าปลอดภัยแล้ว แต่คนพาหลบหนีให้ซ่อนตัวก่อนเมื่อเรือออกจากฝั่งไปแล้ว ก็มีอีกคนพาเข้าไปซ่อนตัวในสวนยางพารา และคนนำพาในฝั่งไทยก็ไม่พาเดินทางต่อไป โดยทันทีเพราะรอให้พรรคพวกในฝั่งลาวโอนเงินเข้าบัญชีมาก่อน จนมีการโอนเงินแล้วคนในสวนก็พาพวกผมขึ้นรถยนต์แล้วพาไปส่งที่บริเวณหน้าตลาดสดเชียงแสนใกล้กับ สภ.เชียงแสน ซึ่งเป็นจุดที่นัดให้ญาติไปรับ” นายซี (นามสมมุติ) กล่าว
หลังจากที่ได้หลบหนีออกมาได้แล้ว ประมาณ 1 อาทิตย์ต่อมา พบว่ามีผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือออกมา 6 คน แต่ยังเหลืออีก 4 คน ล่าสุดทราบว่าแก๊งสแกมเมอร์นำตัวไปขายให้กับแก๊งอื่น ทำงานวันละ 15 ชั่วโมง และบริเวณที่พักและที่ทำงานยังล้อมด้วยรั้วไฟฟ้า เพื่อป้องกันไม่ให้หลบหนีอีกด้วย จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือด่วน
อย่างไรก็ตามในวันที่ 14 มี.ค.65 ทางผู้ที่หลบหนีมาได้ทั้งหมดจะเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ เพื่อให้ข้อมูลในการช่วยเหลือคนไทยที่ติดค้างอยู่ และเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงคนไทยไปทำงานด้วย
ข่าว/ภาพ ณัฐวัตร ลาพิงค์ สำนักข่าวเนชั่น จังหวัดเชียงราย