เนชั่นทีวี

ข่าว

เหยื่อแก๊งสแกมเมอร์โอดถูกหลอกแถมต้องเสียเงินหลบหนี

13 มี.ค. 2565 | sakaorat

เหยื่อแก๊งสแกมเมอร์โอดถูกหลอกแถมต้องเสียเงินหลบหนี

เหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ที่หลบหนีออกจากฝั่งลาว เตรียมให้ข้อมูลกับตำรวจ หวังช่วยเหลือเหยื่อที่ตกค้างอีก 4 คน แฉถูกกดขี่ทำงานเยี่ยงทาส ก่อนสบจังหวะจ้างคนลาวให้พาหลบหนี สนนราคาคนละครึ่งแสนบาท บางคนต้องให้ครอบครัวนำที่ดินไปจำนองมาจ่ายแลกกับอิสรภาพ

             เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2565 ความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุการณ์แก๊งสกิมมิ่ง ได้หลอกคนไทย 15 คนไปทำงาน เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว อ้างว่าไปทำงานแอดมิน เวปไซต์ ในบ่อนคาสิโน แต่เมื่อข้ามไปกลับถูกบังคับให้เป็นแก๊งสแกมเมอร์ บังคับให้หลอกลวงคนไปลงทุน หุ้นทอง และเหรียญคริปโต เมื่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินเข้าไปจริงก็จะปิด IG และ facebook หลบหนี 

              น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี ชาว อ.เมือง จ.เชียงราย เล่าว่าในกลุ่มของตนที่ถูกหลอกไปพร้อมกันมี 15 คน ได้รับการเชิญชวนปลายเดือน ธ.ค.2564 เพื่อให้ไปทำงานโดยไปอย่างถูกกฎหมาย  แต่เมื่อถึงวันที่ต้องเดินทาง พบว่า ว่าได้พานั่งเรือเล็ก  หรือเรือกาบข้ามแม่น้ำโขง ที่บริเวณหมู่บ้านสวนดอก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อไปถึงฝั่งลาวก็มีรถมารับไปกักโรคที่ห้องพักนอกเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ เวลา 7 วัน โดยมีคนนำอาหารมาส่งให้วันละ 2 มื้อ 

เหยื่อแก๊งสแกมเมอร์โอดถูกหลอกแถมต้องเสียเงินหลบหนี

            จากนั้นถูกพาเข้าไปในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำแล้วกักตัวอีก 14 วัน ก่อนพาไปพักที่ชั้น 9 ของตึกสีฟ้าและมีตึกที่ทำงานอีกแห่งหนึ่ง    ซึ่งมีระบบป้องกันการหลบหนีเข้มงวด   โดยมีทั้งป้อมยาม และเวรยามตรวจตรา ต่อมาถูกส่งให้ไปทำงานในห้องโถงใหญ่มีโต๊ะทำงาน โทรศัพท์มือถือคนละ 3 เครื่อง คอมพิวเตอร์ ระบบอินเตอร์เน็ต ภายในห้องมีคนที่ถูกหลอกไปทำงานประมาณ 50 คน ส่วนใหญ่เป็นคนจีน คนไทยเชื้อสายจีน และมีพวกตนที่เป็นคนไทยอยู่เพียง 15 คน

      “วันแรกทุกคนถูกบังคับให้ทำวันละ 12 ชั่วโมง ต่อมาเพิ่มเป็นวันละ 15 ชั่วโมง จะหลบหนีก็ไม่ได้  และไม่มีเงินเดือนให้ มีแต่ห้องนอน ออกจากห้องนอนก็ไปทำงาน มีข้าวให้ทาน 2 มื้อ แล้วกลับห้องนอน ถ้าทำไม่ได้ตามเป้าก็ขู่จะขายต่อให้กับบริษัทอื่น โดยพวกตนพึ่งเข้าไปใหม่ยังทำได้ไม่เต็มที่ แต่คนที่อยู่มานานพบว่าบางคนหลอกเหยื่อรายหนึ่งให้โอนเงินไปนับ 10 ล้าน" น.ส.เอ กล่าว 

         หลังถูกหลอกไปทำงาน ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ก็มีคนนำสัญญามาให้เซ็นต์  เพื่อว่าจ้างแต่ระบุเงินเดือนเพียง 25,000 บาท ระยะเวลาแค่ 2 เดือน และถ้าถึงเดือนที่ 3 จะให้เงินตามจำนวนเงินที่หลอกเหยื่อมาได้ ทำให้รู้ว่าถูกหลอกให้มาทำงานที่ไม่ดี และถูกเอาเปรียบโดยพยายามติดต่อกับสถานเอกอัคราชฑูตไทยทางเวปไซต์ ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำว่าอย่าเซ็นต์ตามสัญญาจ้าง และเจ้าหน้าที่จะพยายามช่วยเหลืออยู่แต่จากนั้นก็เงียบหายไป 

 

เหยื่อแก๊งสแกมเมอร์โอดถูกหลอกแถมต้องเสียเงินหลบหนี

          จนกระทั่ง ปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ได้หนีออกมาพร้อมเพื่อน 5 คน เป็นชาย 3 คนหญิง 2 คน กลับมาฝั่งไทยได้  โดยพวกเขาอาศัยการที่ได้รู้จักมักคุ้นกับหญิงสาวชาวลาวให้ช่วยพาหลบหนี  แต่ต้องจ่ายค่าจ้งให้พวกเขาเป็นค่าพาหลบหนีออกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษคนละ 30,500 บาท และค่ารถและเรือข้ามแม่น้ำโขงคนละอีก 14,000 บาท รวมทั้งหมดคนละ 44,500 บาท ทำให้หลายคนโทรไปขอเงินพ่อแม่โอนเงินมาให้ และมีอยู่คนหนึ่งครอบครัวต้องนำบ้านไปจำนอง เพื่อแลกกับอิสระภาพ

            ด้านนายซี (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี กล่าวว่า ผมสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ จึงถูกใช้ให้หลอกเหยื่อทางโซนยุโรป แต่ผมเห็นว่าไม่ตรงกับงานที่ตั้งใจไว้และผิดศีลธรรม เมื่อประสานกับคนพาหลบหนีได้แล้วจึงชักชวนกันออกจากตึกสีฟ้าที่พักในเวลา 19.30 น.โดยทิ้งข้าวของทั้งหมดเอาไว้ในห้องนอน จากนั้นวิ่งหลบหนียามออกไปทางด้านหลังของตึกสีฟ้าแล้วเดินเท้าไป ประมาณ 1 ชั่วโมง จนถึงหมู่บ้าน 

            จากนั้นก็มีรถยนต์มารับแล้วพาพวกตนเดินทางไปท่ามกลางความมืด เมื่อมาถึงฝั่งแม่น้ำโขงจึงมีรถกาบแบบเดิมมารับให้ลงเรือพร้อมกันทั้ง 5 คน คนเรือก็ใช้ไม้พายพายเรือออกไปกลางแม่น้ำโขงแทนการติดเครื่องยนต์เพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง แล้วมาขึ้นฝั่งไทยที่บริเวณหมู่บ้านปงของ ต.แม่เงิน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

 

เหยื่อแก๊งสแกมเมอร์โอดถูกหลอกแถมต้องเสียเงินหลบหนี

            “เมื่อถึงฝั่งไทยก็คิดว่าปลอดภัยแล้ว แต่คนพาหลบหนีให้ซ่อนตัวก่อนเมื่อเรือออกจากฝั่งไปแล้ว  ก็มีอีกคนพาเข้าไปซ่อนตัวในสวนยางพารา และคนนำพาในฝั่งไทยก็ไม่พาเดินทางต่อไป  โดยทันทีเพราะรอให้พรรคพวกในฝั่งลาวโอนเงินเข้าบัญชีมาก่อน  จนมีการโอนเงินแล้วคนในสวนก็พาพวกผมขึ้นรถยนต์แล้วพาไปส่งที่บริเวณหน้าตลาดสดเชียงแสนใกล้กับ สภ.เชียงแสน ซึ่งเป็นจุดที่นัดให้ญาติไปรับ” นายซี (นามสมมุติ) กล่าว

            หลังจากที่ได้หลบหนีออกมาได้แล้ว ประมาณ 1 อาทิตย์ต่อมา พบว่ามีผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือออกมา 6 คน แต่ยังเหลืออีก 4 คน ล่าสุดทราบว่าแก๊งสแกมเมอร์นำตัวไปขายให้กับแก๊งอื่น  ทำงานวันละ 15 ชั่วโมง และบริเวณที่พักและที่ทำงานยังล้อมด้วยรั้วไฟฟ้า เพื่อป้องกันไม่ให้หลบหนีอีกด้วย จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือด่วน

            อย่างไรก็ตามในวันที่ 14 มี.ค.65 ทางผู้ที่หลบหนีมาได้ทั้งหมดจะเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ เพื่อให้ข้อมูลในการช่วยเหลือคนไทยที่ติดค้างอยู่ และเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงคนไทยไปทำงานด้วย

ข่าว/ภาพ  ณัฐวัตร ลาพิงค์ สำนักข่าวเนชั่น จังหวัดเชียงราย 

ข่าวล่าสุด