จากการตรวจสอบของ "เนชั่นทีวี" ไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. พบว่า "ผู้กองธรรมนัส" และคู่สมรส โดน ป.ป.ช.ไต่สวนในประเด็นบัญชีทรัพย์สินอยู่ 3 ประเด็น คือ
1.กรณีการถือครองหุ้น บริษัท เดอะบางกอก อะไลฟ์ จำกัด ซึ่งทำธุรกิจนายหน้าซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และเช่าพื้นที่ทำตลาด เอกสารเดิมมีชื่อ "ผู้กองธรรมนัส" ถือหุ้นจำนวน 15,000 หุ้น คิดเป็น 30% ของทุนจดทะเบียน แต่ไม่ได้แจ้งในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ เมื่อปี 62
แต่ก่อนหน้านี้ "ผู้กองธรรมนัส" เคยออกมาชี้แจงว่า เป็นความผิดพลาด และบริษัทได้ถอนชื่อตนออกไปแล้ว ซึ่งภายหลังทางบริษัท ก็แจ้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ถอนชื่อ "ผู้กองธรรมนัส" ออกไปจริง แต่คำถาม คือ ป.ป.ช.จะเชื่อคำชี้แจงนี้หรือไม่ หรือมองว่าเป็นความผิดสำเร็จแล้ว
2.กรณี นางอริสรา พรหมเผ่า ภรรยาของ "ผู้กองธรรมนัส" ถือครองหุ้น 3 บริษัท เกินร้อยละ 5 แต่ไม่ได้แจ้งต่อประธานกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอรับประโยชน์ จึงอาจเข้าข่ายขัดต่อพ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 ซึ่งบังคับถึงภรรยาที่จดทะเบียนสมรสด้วย
3.กรณีการแจ้งรายได้จากการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเฉลี่ยเดือนละ 3 ล้านบาท ทั้งที่ไม่ปรากฏชื่อถือหุ้นในบริษัทขายสลาก