โดย นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความฯ กล่าวว่า หลังจากสมาคมได้ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2564 ที่ผ่านมา และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 11 ตรวจสอบว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางหรือไม่
อย่างไรก็ตาม จึงส่งสำนวนนี้ให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ว่าคดีอยู่ในเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบหรือไม่ ศาลอุทธรณ์จึงได้วินิจฉัยว่า คดีที่ยื่นฟ้องนี้ไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ศาลจึงสั่งจำหน่ายคดี ไม่รับไว้พิจารณา
ทั้งนี้ กฎหมายได้บัญญัติให้คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด ทำให้ประชาชนไม่สามารถฟ้องร้องโดยตรงต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบด้วยตัวเองได้ จึงต้องร้องผ่าน ป.ป.ช. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 234 (1) เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน ที่เดือดร้อนจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของรัฐบาล และเป็นไปตามคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถเอาผิดกับรัฐบาลได้ จึงขอให้ป.ป.ช.ดำเนินการตามกฏหมาย อย่างตรงไปตรงมา อย่าเกรงกลัวอำนาจอิทธิพลใดๆ