นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางานร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เตรียมความพร้อมสถานที่กักตัวทั้งสิ้น 17 แห่ง มี 476 ห้อง รองรับได้ 1,368 คน
เป็นแรงงานสัญชาติกัมพูชาที่เดินทางมาทำงานในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ สระแก้ว และตราด ทั้งสิ้น 11 แห่ง 291 ห้อง รองได้ 1,038 คน และเป็นสัญชาติเมียนมาที่เดินทางมาทำงานในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ตาก กาญจนบุรี และระนอง ทั้งสิ้น 6 แห่ง 185 ห้อง รองรับได้ 330 คน โดยใช้มาตรการเหมือนกับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ คือ ให้มีพื้นที่ดูแลก่อนเข้ามาทำงาน
“กรมการจัดหางานจัดทำแนวทางการนำแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาและเมียนมาเข้ามาทำงานภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) โดยมี 5 ขั้นตอน ดังนี้
1. นายจ้างประสานลูกจ้าง เพื่อจัดเรียมเอกสารและนัดหมายวันเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย เพื่อให้แรงงานต่างด้าวเตรียมหลักฐาน ได้แก่ หลักฐานการตรวจโควิด - 19 โดยวิธี RT- PCR ไม่เกิน 72 ชม.ก่อนเดินทางเข้ามา หรือผลรับรองการตรวจ ATK เอกสารรับรองการฉีดวัคซีนแล้ว 2 เข็ม และบัตรผ่านแดนที่ประเทศต้นทางออกให้ หรือเอกสารอื่นที่อธิบดีกรมการจัดหางานประกาศกำหนด
2. ด่านควบคุมโรคติดต่อฯ ตรวจสอบเอกสารหลักฐานการตรวจโควิด - 19 และเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนแล้ว 2 เข็ม และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลดำเนินการตรวจโรคตามกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของคนต่างด้าว และทำประกันสุขภาพระยะเวลา 3 เดือน และออกใบรับรอง ต.8
3. ด่านตรวจคนเข้าเมืองฯ ดำเนินการตรวจบัตรผ่านแดนที่ประเทศต้นทางออกให้ หรือเอกสารอื่นที่อธิบดีกรมการจัดหางานประกาศกำหนด และดำเนินการตรวจลงตราและประทับตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรในบัตรผ่านแดน เป็นระยะเวลา 30 วันต่อครั้ง
4. สถานที่กักตัว โดยคนต่างด้าวที่ฉีดวัคซีนมาจากประเทศต้นทางครบแล้วให้เข้ารับการกักตัวอย่างน้อย 7 วัน และให้มีการตรวจหาเชื้อโควิด - 19 โดยวิธี RT - PCR จำนวน 2 ครั้ง กรณีตรวจพบเชื้อให้เข้ารับการรักษาโดยนายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษา
5. การขอรับใบอนุญาตทำงาน โดยสำนักงานจัดหางานจังหวัดฯ ดำเนินการตรวจสอบเอกสาร และออกใบอนุญาตทำงานแบบ บต.40 ไม่เกิน 3 เดือน” อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าว