รศ.ดร.อรทัย ระบุว่า แพลตฟอร์มนี้ จะมีข้อมูลตั้งแต่ ประวัติ กทม. และสถิติต่างๆ เช่น จำนวนประชากร งบประมาณ และปัญหาต่างๆ ของแต่ละเขต ซึ่งนอกจากประชาชนทั่วไป รวมทั้งสื่อมวลชนและผู้สมัครนำไปใช้ได้ ขณะเดียวกัน ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. วันนี้ มีผู้สมัครที่เหมือนจะอิสระ 2 คน คือ น.ส.รสนา โตสิตระกูล ซึ่งยังไม่พบว่ามีเครือข่ายทางการเมือง และ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แต่เหมือนมีเงาอะไรบางอย่าง ซึ่งตรงกับพรรคการเมืองพรรคหนึ่งที่ไม่ส่งผู้สมัครในครั้งนี้
นอกจากนี้ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ที่สังกัดพรรค แต่เมื่อเปิดตัว กลับมีเรื่องแง่ลบออกมาต่อเนื่อง จึงอาจต้องมาย้อนคิดว่า การสังกัดพรรคการเมืองคิดถูกแล้วหรือไม่ หรือ ดร.เอ้ อาจดูจากข้อมูลว่า สถิติที่ผ่านมาผู้ว่าฯ กทม. มาจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่สำคัญกว่านั้น คือ ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นผู้ว่าฯ กทม. ต้องเข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง และแก้ปัญหาให้ได้ เช่น ปัญหาฝุ่น การจราจร ซึ่งผู้ที่จะรับทราบปัญหา คือ สก. โดยต้องอาศัยเขต แต่ละเขตที่มีอำนาจหน้าที่ในการเข้าไปดำเนินการ
ส่วนระบบการเลือกตั้ง กทม. เป็นระบบที่ล้าหลัง ในขณะที่การเลือกตั้งท้องถิ่นอื่นก้าวไปข้างหน้า เพราะมีปัญหาเชิงระบบอยู่เยอะมากตั้งแต่ปี 2528 ที่ยังคงใช้ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ กทม. แทนที่จะเป็นต้นแบบให้การการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่อื่น ซึ่งพื้นที่ กทม. มีขนาดใหญ่ จึงทำให้ผู้สมัครส่วนใหญ่ ต้องมีเครือข่ายทางการเมือง และมี สก.ในมือ รวมถึงคะแนนจากฐานเสียงของพรรคมาสนับสนุน อีกทั้ง สก.ส่วนใหญ่ วางตัวเองไปสู่การเป็น ส.ส. และการเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่ามีความสำคัญ เพราะเลือกตัวผู้ว่าฯ และ สก. พร้อมกัน