นับจากวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 เป็นต้นมา มีการถาม-ตอบ ระหว่างกระทรวงคมนาคมกับกระทรวงมหาดไทย/กทม. จนถึงก่อนวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นจำนวน 8 ครั้ง โดยกระทรวงคมนาคมมีข้อสังเกตเพิ่มเติมจาก 4 ประเด็นเดิม เช่น
(1) การโอนกรรมสิทธิ์จาก รฟม. ซึ่งเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างงานโยธารถไฟฟ้าสายสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-คูคต ไปให้ กทม. ยังไม่สมบูรณ์
(2) การใช้ระบบตั๋วร่วม (ตั๋วใบเดียว)
และ (3) กรอบระยะเวลาในการเจรจาขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดในสัญญาสัมปทานระหว่าง กทม. กับ BTS เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2535 เป็นต้น
กระทรวงมหาดไทย/ กทม. ได้มีหนังสือชี้แจงข้อสังเกตและส่งข้อมูลตามคำขอของกระทรวงคมนาคมครบทั้ง 8 ครั้ง
ล่าสุดในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 ก่อนการประชุม ครม. ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งมีวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบผลการเจรจาและร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว หรือขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว กระทรวงคมนาคมมีหนังสือถึงเลขาธิการ ครม. ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการดำเนินงานของ กทม. พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติม เป็นผลให้ ครม. ต้องเลื่อนพิจารณาวาระนี้ออกไปก่อน เพื่อให้กระทรวงมหาดไทยกลับไปทำคำชี้แจง เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยในฐานะเจ้าของเรื่องเพิ่งเห็นข้อสังเกตเพิ่มเติมของกระทรวงคมนาคมในวันประชุม
3. มีอะไรเกิดขึ้นระหว่าง ส.ค. - พ.ย. 2563 ?
ในวันที่ 21 สิงหาคม 2563 รฟม. ในสังกัดกระทรวงคมนาคมได้เปลี่ยนเกณฑ์ประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ ทำให้ BTS ซึ่งเป็นผู้ร่วมประมูลรายหนึ่งเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายใดรายหนึ่งหรือไม่ ? จึงได้ฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ต่อมาเมื่อมีการล้มการประมูลในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นผลให้ BTS ฟ้องต่อศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบอีกด้วย
BTS เป็นผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก และเป็นผู้รับจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ด้วยเหตุนี้ การขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวจึงมีผลโดยตรงกับ BTS
จึงน่าคิดว่าการที่ BTS ฟ้องต่อศาลปกครองและศาลคดีอาญาคดีทุจริตฯ กรณีเปลี่ยนเกณฑ์ประมูลและกรณีล้มการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกนั้น มีผลกระทบต่อการขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวหรือไม่ ?
4. สรุป
เมื่อกระทรวงมหาดไทยทำคำชี้แจงครั้งที่ 9 เสนอต่อที่ประชุม ครม. หาก ครม. เห็นว่าคำชี้แจงครบถ้วน มีเหตุผลรับฟังได้ และเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ และมติ ครม. ก็ควรถึงเวลาที่ ครม. จะพิจารณาให้ความเห็นชอบขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวเสียที
ทั้งหมดนี้ ด้วยความหวังดีที่อยากเห็นรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งส่วนหลักและส่วนขยาย ให้บริการแก่ผู้โดยสารด้วยความสะดวก รวดเร็ว ราบรื่น แบบไร้รอยต่อด้วยราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม เช่นเดียวกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินทั้งส่วนหลักและส่วนขยาย (ซึ่งเป็นโครงการของ รฟม.ในสังกัดกระทรวงคมนาคม) ที่ได้รับการขยายสัมปทานไปก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว
ข้อสงสัยดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นข้อกังขาที่ผมและประชาชนทุกคน ชอบที่จะต้องขอคำชี้แจงให้สิ้นสงสัยจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งนี้ก็เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ด้วยเจตนาที่จะให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากโครงการนี้อย่างเต็มที่ โดยปราศจากข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้นเท่านั้นเอง