บทบาททางการเมืองในอดีต “แรมโบ้อีสาน” โดดเด่นโดยเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และเป็นเจ้าของบทเพลง “กตัญญูทักษิณ” ซึ่งมีเนื้อเพลงแสดงถึงความรักและเทิดทูนอดีตนายกรัฐมนตรีแดนไกลเป็นอย่าง โดยมีเนื้อเพลงท่อนหนึ่งว่า
“แรมโบ้อีสาน ไม่ลืมพระคุณท่านคนที่ชื่อทักษิณ ถึงใครประณาม เหยียดหยามหมิ่นชื่อทักษิณก็ยังตรึงใจ ผมเล่นการเมือง ชื่อแรมโบ้ฟูเฟื่องหลายสมัย ท่านคอยส่งเสริมต่อเติมให้ ก้าวถึงเส้นชัยเหมือนใจจำนง”
ในปี 2550 “แรมโบ้อีสาน” เคยโดนคนร้ายขับกระบะตีคู่ใช้ปืนยิงถล่มใส่กลางดึก โดยเขาถูกยิงที่หัวไหล่ และ แขน ได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุการณ์นั้นเจ้าตัวเชื่อสาเหตุขัดแย้งการเมืองกับฝั่งตรงข้าม
“แรมโบ้อีสาน” มีบทบาทางการเมืองกับกลุ่มเสื้อแดงมาตลอดจนเกิดการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 โดยคณะรักษาคววามสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่ง “แรมโบ้” ถูก คสช.ควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. 2557 และได้รับการปล่อยตัวเมื่อคืน 29 พ.ค. 57 ระหว่างการถูกควบคุมตัว ทหารก็ได้ดูแลเป็นอย่างดี รวมทั้งได้มีการทำความเข้าใจในสถานการณ์บ้านเมือง
สาบานเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต
จนกระทั่งในวันที่ 30 พ.ค. 2557 “แรมโบ้” ได้เดินทางมาที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อกราบสักการะ และกล่าวคำ “ปฏิญาณตนว่าจะเลิกเล่นการเมือง เลิกยุ่งเกี่ยวกับการเมืองตลอดชีวิต” โดยให้เหตุผลว่า “ต้องการให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข ดังนั้นเมื่อได้รับการปล่อยตัว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้น จึงตัดสินใจเลิกเล่นการเมือง และเลิกยุ่งการเมืองตลอดชีวิต หลังจากนี้ก็ขอให้ชื่อ “แรมโบ้อีสาน” เป็นตำนานทางการเมือง จะไม่ขอใช้ชื่อนี้อีกต่อไป”
ถอนคำสาบานหันมาเล่นการเมืองอีกครั้ง
ต่อมาในวันที่ 3 ส.ค. 61 “แรมโบ้อีสาน” ได้ถอนคำสาบานที่ว่าจะเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต โดยระบุว่า “ขอบอกกับคุณย่าโมว่าลูกขอกลับมาทำงานพัฒนาสร้างความเจริญให้กับเมืองโคราช เพื่อให้เกิดความกินดีอยู่ดีกับพี่น้อง และสิ่งใดที่ลูกทำอะไรไว้ มิดี มิงาม ลูกขอกราอภัยคุณย่าโม แล้วจากนี้เป็นต้นไปลูกจะตั้งหน้าตั้งตาทำงานให้กับประชาชน และเรียกความรักความศรัทธา ความดีงาม ความสมัครสมานสามัคคี ความปรองดองให้เกิดขึ้นในผืนแผ่นดินไทย โดยไม่แตกร้าวอีกต่อไป”
และต่อมาได้ย้ายเข้ามาร่วมงานกับ “พรรคพลังประชารัฐ” ลงสมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 2562 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง และถูกนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็น “ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี” มีบทบาทในการเจรจากับม็อบต่าง ๆ และเขายังเป็นตัวตั้งตัวตีในการ “ประกาศเปิดแคมเปญลงชื่อขับไล่แอมเนสตี้ 1 ล้านชื่อ” อีกด้วย
นอกจากนี้ “แรมโบ้” ยังได้รับการแต่งตั้งเป็น “รองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล” หรือกรรมการแก้หวยแพงอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม “แรมโบ้อีสาน” เป็นแกนนำ นปช.คนเดียวที่รอดในคดีล้มประชุมผู้นำอาเซียน ปี 2552 เนื่องจากอัยการอ้างนำตัวฟ้องศาลไม่ทัน ทำให้คดีขาดอายุความ ขณะที่แกนนำคนอื่น ๆ ในเหตุการณ์นั้นโดนฟ้องดำเนินคดีทุกคน