ทั้งนี้เพจเฟซบุ๊ก หมอเวร ซึ่งเป็นเพจที่ให้ความรู้เกี่ยวกับข้อสงสัยทางการแพทย์ ได้อธิบายถึงโรคขี้เต็มท้องว่า
เอาจริงๆ ฟังชื่อโรคมันก็ดูน่าตลกอยู่หรอกนะ แต่คนที่เป็นจริงๆ คงไม่ตลกด้วยสักเท่าไร เพราะอาการมันช่างทรมานเหลือเกิน เนื่องจากเราไม่สามารถขับอุจจาระออกไปได้หมด ว่าง่ายๆ มันก็คืออาการท้องผูกประเภทหนึ่งนั่นแหละ
คืองี้ ปกติแล้วในลำไส้ใหญ่เราเนี่ยมันจะมีหน้าที่ดูดซึมน้ำออกไปด้วย คนไหนที่ท้องผูกบ่อย หรืออั้นขรี้ไว้นานๆ 3-4 วันถ่ายรอบนึง ก็ทำให้อุจจาระไปติดค้างอยู่ตามผนังลำไส้ มันถูกดูดน้ำออกไปเรื่อยๆ จนในที่สุดจากของเหลวก็กลายเป็นของแข็งแทนได้ พอแข็งมากๆ ก็ทำให้เราตุ่ยลำบากเป็นคอมโบ้ต่อเนื่องของอาการนี้นั่นเอง
แน่นอนว่าถึงแม้จะกินข้าวเข้าไปเพิ่ม มีของล็อตใหม่เข้ามาเติม แต่ตรงปลายลำไส้ที่มันแข็งแล้ว และไม่ยอมตุ่ยออก ของใหม่ก็จะไปกองอยู่บนๆ และสะสมกองต่อไปเรื่อยๆ (ยกเว้นกรณีของใหม่ที่มันเป็นของเหลวก็อาจแทรกตัวออกไปลงโถได้ก่อน) ยิ่งปล่อยไว้นานข้างล่างก็จะยิ่งแข็ง แล้วก็จะยิ่งถ่ายยากขึ้นเป็นเงาตามตัว
“ที่สำคัญ อันนี้ขอขีดเส้นใต้เลย หากปล่อยให้มันตกค้างนานๆ ลำไส้ใหญ่ที่นอกจากดูดซึมน้ำแล้ว ก็อาจดูดซึมของเสียของสารพิษที่ตกค้างในอุจจาระกลับเข้าสู่ร่างกายได้ด้วย”
กรณีเบาๆ หน่อยก็อาจแค่รู้สึกไม่สดชื่น ปวดหัว คลื่นไส้ ไม่สบายเนื้อตัว แต่หนักๆหน่อยบางทีไอ้ที่เราอั้นไว้ ก็อาจทำให้ไปกดทับเส้นเลือดต่างๆ ในกระเพาะ รวมถึงกดทับกระดูกสันหลัง ทำให้เกิดความผิดปกติอื่นๆ กับร่างกายตามมาไดด้วย เรียกว่าอั้นขรี้ทีเดียวสะเทือนถึงดวงดาวก็ว่าได้
ส่วนสาเหตุการเกิดอาการแบบนี้ก็เหมือนที่บอกไปในช่วงแรก ไล่ตั้งแต่การอั้นอุจจาระบ่อยอย่างที่คุณตุ๊กตาเล่า การกินอาหารที่มีกากใยน้อย การดื่มน้ำน้อย เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด หรือกระทั่งคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย กินเสร็จแล้วก็นอน ไม่ค่อยขยับตัวให้ลำไส้ช่วยบีบตัว หรือการกินยาบางชนิดก็อาจส่งผลให้การเคลื่อนไหวของลำไส้ลดลง ซึ่งกลุ่มนี้ก็ถือว่ามีความเสี่ยงให้เกิดอาการแบบนี้ได้ทั้งนั้น
ส่วนวิธีรักษา อันนี้ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละคน และขึ้นอยู่กับการประเมินของคุณหมอ บางคนก็อาจใช้แค่ยาเหน็บส่วนปลาย บางคนแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือบางคนอาจต้องใช้ยาถ่ายช่วยด้วย ซึ่งแน่นอนว่าแค่หมวดยาถ่ายก็มีมากมายหลายชนิดแล้ว ดังนั้นถ้าเริ่มมีอาการใกล้เคียงที่เล่ามา ก็ไม่แนะนำให้ซื้อยามารักษาเองนะ เพราะบางครั้งนอกจากจะไม่หายแล้ว ยังอาจทำให้อาการหนักขึ้นกว่าเดิมได้ด้วยเด้อ ไปหาหมอเถอะตรงประเด็นแน่นอน
ขอบคุณภาพและข้อมูลเฟซบุ๊ก Jamaporn Saengthong / หมอเวร / เว็ปTThaiger