นอกจากนี้เธอยังประกาศห้ามคนที่ไม่ฉีดวัคซีนเข้าใช้บริการในห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาดสด ศาสนสถาน และร้านตัดผม มาตรการนี้เพิ่มเติมจากข้อกำหนดที่อนุญาตให้ผู้ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มเข้าใช้บริการในสถานที่เหล่านี้ได้
และบทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนคำสั่งตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 จะเพิ่มขึ้นสองเท่าจาก 5,000 ดอลลาร์ฮอ่งกงเป็น 10,000 ดอลลาร์ฮ่องกง
ขณะเดียวกันนับจากวันที่ 24 ก.พ.เป็นต้นไป ผู้ที่นั่งรับประทานในร้านอาหารจะต้องฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม และภายในสิ้นเดือน เม.ย. ผู้ที่เข้าร้านอาหารจะต้องฉีดวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม นอกจากนี้ภายในสิ้นเดือน มิ.ย. ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มนานถึง 6 เดือนแล้วจะต้องฉีดเข็ม 3 ก่อนจึงจะเข้าร้านอาหารได้
ร้านอาหารทุกประเภทจะยังต้องหยุดให้บริการแบบนั่งรับประทานในร้านระหว่าง 18.00 น.-5.00 น. ซึ่งมาตรการนี้บังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค. ส่วนสถานประกอบการ เช่น ยิม บาร์ โรงภาพยนตร์ และร้านเสริมสวยยังต้องปิดต่อไป โดยก่อนการยกระดับมาตรการควบคุมการระบาดเมื่อวันที่ 7 ม.ค. ชาวฮ่องกงใช้ชีวิตเกือบใกล้ระดับปกติมานานเกือบ 1 ปีภายใต้ยุทธศาสตร์โควิดเป็นศูนย์