ด้าน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวว่า ถ้าพรรคการเมืองไม่เป็นแบบนี้ ก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะตั้งพรรคการเมืองอีกครั้ง ไม่มีใครอยากตั้งพรรคการเมืองหลายครั้ง พรรคการเมืองที่มีอยู่เข้มแข็งหรืออ่อนแอหลายปีที่ผ่านมาผมอยู่ในฝั่งรัฐบาล แม้โควิดจะมาแต่มันไม่ควรจะเป็นอย่างนี้ มันเกิดขึ้นได้แต่มันก็ต้องแก้ไขได้ ตอนผมทำนโยบายปาล์มน้ำมัน โดยเฉพาะ B10 และ B7 เพื่อให้กลไกราคาทำให้เกษตรกรอยู่ได้อย่างยั่งยืน แต่หลังจากนี้ผมพยากรณ์ว่าราคาปาล์มน้ำมันราคาจะตก อย่าทำลายวงจรที่มีอยู่แล้ว แต่ต้องควบคุมจุดยืนของเรา เราจะไม่ซ้ำเติมความแตกแยกของประเทศ หน้าที่ของเราจะมาประสาน แก้ปัญหา
และหาทางออกให้กับประเทศของเรา เราถึงประกาศว่าเราเป็นขั้วตรงกลาง เพราะคือหัวใจของการเปลี่ยนแปลง และให้คำมั่นสัญญาว่า จะสร้างพรรคฯนี้เป็นพรรคสุดท้าย และจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่า การเมืองภาคใต้มีความอ่อนไหวมาก จึงเป็นที่มาของการเกิดพรรคใหม่ๆ ขึ้น และการเดินทางมาพัทลุงในครั้งนี้ถือเป็นการปักธงทางการเมืองในภาคใต้ และพร้อมขับเคลื่อนเพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกันต่อไป
ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กล่าวว่า พรรคสร้างอนาคตไทย ไม่ใช่พรรคสุดขั้ว ไม่อิงกับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และไม่เน้นสร้างศัตรูกับใคร อีกอย่างทางพรรคสร้างอนาคตไทยมีทีมที่มีความชำนาญ เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจที่ดีที่สุด เพื่อรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ดร.พลกฤษณ์ คล้ายวิตภัทร หรือ ดร.บอย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จ.พัทลุง พรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวว่า ต้องขอบคุณพรรคฯ ที่ได้มาเปิดตัวพรรคที่แรกที่ จ.พัทลุง และต้องขอบคุณผู้ร่วมก่อตั้งพรรคที่ได้ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ เป็นพื้นที่ของคนรุ่นใหม่ และคิดว่าตัวเองพร้อมที่จะขับเคลื่อน
พร้อมลงพบปะกับพี่น้องประชาชน เพื่อรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน รวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจฐานรากซึ่งมีฐานเสียงใน 4 อำเภอ คือ อ.ป่าพะยอม อ.ศรีบรรพต อ.ควนขนุน และ อ.ศรีนครินทร์ เรามีทุกองค์ประกอบทั้งเขา ป่า นา เล ซึ่งหลังจากนี้ ตนจะลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ร่วมสร้างอนาคตพัทลุง อนาคตประเทศไทยไปพร้อมกัน
ภาพ / ข่าว : ธัญวีร์ จันทร์สุขศรี จ.พัทลุง