เมื่อวันที่ 13 พ.ย. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ในหัวข้อ "รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง & รัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ" โดยระบุว่า มีคนถามตนว่า รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง กับ รัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ อย่างไหนมีผลงานมากกว่ากัน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline


ผมก็พยายามอธิบายหลายครั้งว่า ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ เพราะระบบต่างกัน ที่มาต่างกัน อำนาจก็ต่างกัน ถ้าเราตอบว่า รัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจมีผลงานกว่า ก็เหมือนกับเราจะบอกว่า ถ้างั้นเราทิ้งระบอบประชาธิปไตยไปหาระบอบเผด็จการกันดีกว่า แต่หากทุกคนยินยอมพร้อมใจกันเลือกระบบเผด็จการ ก็สามารถทำได้ ตามหลักที่ว่า "ประชาชนเป็นผู้เลือกระบอบการปกครอง" เมื่อประชาชนเลือกระบอบการปกครองแล้ว ไม่ว่าระบอบที่ประชาชนเลือกจะเป็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการทุกอย่างก็จบ ทุกคนก็ต้องอยู่ภายใต้ระบอบนั้น แต่หากเรายังหวังว่า เราจะเดินหน้าเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย ให้ลูกหลานเราได้เติบโตภายใต้ประชาธิปไตย เราก็ต้องคิดว่า ระบบเผด็จการเป็นเพียงอุบัติเหตุ ที่เข้ามาขัดจังหวะประชาธิปไตยเท่านั้น เพราะเวลาเขายึดอำนาจ ก็จะอ้างหลักความมั่นคงของรัฐ ตามหลักที่ว่า"ความมั่นคงของรัฐอยู่เหนือกฎหมาย" หมายถึงเขาต้องรักษารัฐไว้ไม่ให้ล่มสลาย เพราะหากรัฐล่มสลาย ก็ป่วยการที่จะพูดถึงระบบการปกครอง


"เมื่อเรายังหวังจะเดินเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย ก็ไม่ควรเอาเผด็จการมาเปรียบเทียบกับประชาธิปไตย แต่หากเราต้องการจะเปรียบเทียบกันจริงๆ ก็ควรทำให้ถูกฝาถูกตัว กล่าวคือ ต้องเปรียบเทียบรัฐบาลเผด็จการกับเผด็จการด้วยกัน และเปรียบเทียบรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งด้วยกัน เช่น ลองเปรียบเทียบดูว่า รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพลถนอม กิตติขจร และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐบาลไหนมีผลงานมากกว่ากัน ที่เทียบ 3 รัฐบาลนี้ด้วยกันเพราะต่างมีอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ในมือเหมือนกัน จอมพลสฤษดิ์ จอมพลถนอม ต่างมีมาตรา 17 ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีมาตรา 44 ซึ่งทั้งมาตรา 17 และ มาตรา 44 ต่างก็มีอำนาจเบ็ดเสร็จเหมือนกัน ถ้าเปรียบเทียบอย่างนี้น่าจะเป็นธรรมกว่า หรือ หากจะเปรียบเทียบรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็ลองเอารัฐบาล นายบรรหาร ศิลปอาชา ,พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ กับ นายชวน หลีกภัย มาเปรียบเทียบกัน ว่าพอใจรัฐบาลไหนมากกว่ากัน อย่างนี้จะสมน้ำสมเนื้อกว่า หลักมันก็มีแค่นี้ อย่าทำให้มันไขว้เขวมากกว่านี้เลย" นายนิพิฏฐ์ ระบุ