"ในระยะเริ่มแรกจะดำเนินโครงการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวม 10 สำนักงาน จากนั้นจะได้ประเมินผลการดำเนินงานเพื่อขยายการให้บริการไปยังสำนักงานอื่นๆ ต่อไป เพื่อทำให้สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นที่พึ่งด้านกฎหมายของรัฐและประชาชนอย่างแท้จริง" อัยการสูงสุด กล่าว
เมื่อถามต่อว่า กรณีเกิดเหตุภัยพิบัติใหญ่ๆเช่นน้ำมันรั่วที่ จ.ระยอง หรือเหตุไฟไหม้ที่กระทบทั้งเศรษฐกิจเเละสุขภาพประชาชนอัยการสามารถเข้าไปช่วยเหลือเชิงรุกได้อย่างไร นายสิงห์ชัย กล่าวว่า เหตุเเบบนี้อัยการสามารถทำได้ เพราะนโยบายต่อไป คือ รถโมบายเคลื่อนที่ ซึ่งหากมีเหตุอะไรเกิดขึ้น อัยการก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือด้านกฎหมายได้ทันท่วงที
ด้าน นายชัยพร กล่าวว่า สคช. มีภารกิจโดยตรงในการให้คำปรึกษาปัญหาทางกฎหมาย การจัดทำนิติกรรมสัญญา การประนอมข้อพิพาท การให้ความช่วยเหลือทางอรรถคดีโดยการจัดทนายความอาสาว่าต่าง แก้ต่างคดี การดำเนินคดีคุ้มครองสิทธิทางศาลตามที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค การเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน การฝึกอบรมความรู้ทางกฎหมาย การสร้างความร่วมมือและเครือข่าย การส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน การไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทหนี้นอกระบบตามมติคณะรัฐมนตรี
นอกจากนี้ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทางกฎหมายและคดี ถือเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งของ สำนักงานอัยการสูงสุดที่ให้บริการใกล้ชิดประชาชน ผ่านสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด (สคชจ.) ใน 76 จังหวัด และอีก 36 สาขา รวม 112 สำนักงาน