ไม่รอด! อสส. สั่งฟ้องอดีต ผกก.โจ้ และพวกรวม 7 คนคดีถุงดำ รวม 4 ข้อหา กรณีใช้ถุงดำคลุมศรีษะ"มาวิน จนเสีนชีวิต โทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตไม่มีติดคุก

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

     ความคืบหน้าคดีที่ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ และพวกอดีตชุดปราบปรามยาเสพติด จ.นครสวรรค์ ก่อเหตุใช้ถุงดำคลุมศีรษะ นายจิระพงศ์ ธนะพัฒน์ หรือ มาวิน ผู้ต้องหาคดียาเสพติดโดยอ้างเพื่อเค้นข้อมูลจนเสียชีวิต ที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ 

 

ไม่รอด! อสส. สั่งฟ้องอดีต ผกก.โจ้ และพวกรวม 7 คน คดีถุงดำคลุมหัวมาวิน

 

     ล่าสุดวันนี้ (15 พ.ย.) สำนักงานอัยการสูงสุดได้แจ้งว่า สำนักงานอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งคดีดังกล่าวแล้ว โดยสั่งฟ้อง ฟ้อง พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล  อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์  หรือผกก.โจ้ กับพวกรวม 7 รวม 4 ข้อหา  ประกอบด้วย 
 

ไม่รอด! อสส. สั่งฟ้องอดีต ผกก.โจ้ และพวกรวม 7 คน คดีถุงดำคลุมหัวมาวิน

“เป็นเจ้าพนักงานของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ,

 

เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ,

 

ร่วมกันฆ่านายจิระพงศ์หรือมาวิน ธนะพัฒน์โดยไต่ตรอง ทรมานหรือทารุณโหดร้าย

 

ร่วมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นหรือผู้อื่นหรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมสิ่งนั้น”

 

ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91, 157, 309 วรรคสอง, 289 (5) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172
 

 

ไม่รอด! อสส. สั่งฟ้องอดีต ผกก.โจ้ และพวกรวม 7 คน คดีถุงดำคลุมหัวมาวิน

     นายวรินทร สาสนัส รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต เปิดเผยว่า จากที่ตรวจรายละเอียดพยานหลักฐานในสำนวนแล้ว ทางพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆไว้ในสำนวนค่อนข้างละเอียดครบถ้วน ตนมั่นใจในพยานหลักฐานทั้งหมดที่จะนำสืบต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯจะพิจารณาพิพากษาลงโทษพวกจำเลยได้ ในส่วนของ ผกก.โจ้กับพวกนั้นไม่ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาให้อัยการพิจารณา โดยวันนี้อัยการฝ่ายคดีอาญาทุจริต3 ได้นำสำนวนพร้อมพยานหลักฐานต่างๆที่พนักงานสอบสวนส่งให้อัยการพิจารณาได้เสนอต่อศาล โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้ประทับฟ้องไว้ เป็นคดีหมายเลขดำที่ อท.180/2564 ไว้พิจารณา อย่างไรก็ตามในท้ายคำฟ้องอัยการได้ยื่นคัดค้านการปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งหมดเนื่องจากเป็นคดีร้ายแรง โทษสูงสุดคือประหารชีวิต หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าพวกจำเลยจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในคดี 


     ขณะที่ นายประยุทธ เพชรคุณ องอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า คดีนี้อัยการสูงสุดเป็นผู้มีอำนาจสั่งคดีตามที่กฎหมายระบุไว้ว่าคดีวิสามัญฆาตกรรมหรือการตายระหว่างควบคุมของเจ้าหน้าที่ให้เป็นอำนาจของอัยการสูงสุด ซึ่งท่านได้พิจารณาสำนวนคดีอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว จึงมีคำสั่งฟ้องครบทุกข้อหา โดยเฉพาข้หาฆ่าผู้อื่นโดยทรมาน ทารุณโหดร้าย ตามป.อาญามาตรา 289 โทษประหารชีวิตสถานเดียว ทั้งนี้เมื่ออัยการสูงสุดสั่งฟ้องแล้ว คณะพนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายก็ได้ดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯเรียบร้อยแล้ว จากนั้นกระบวนการก็จะเข้าสู่การพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตฯ

 

     เมื่อถามว่า การสั่งฟ้องข้อหาตามกฎหมาย ป.อาญา มาตรา 289(5) เจตนาฆ่าผู้อื่นโดยทารุณโหดร้าย นั้นได้ยื่นฟ้องต่อ ผกก.โจ้ กับพวกเป็นคดีแรกหรือไม่ นายอิทธิพร โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เผยว่า คดีนี้ไม่ใช่คดีแรกที่อัยการได้สั่งฟ้องข้อหาดังกล่าว ที่ผ่านมาอัยการได้ยื่นฟ้องจำเลยอื่นๆในความผิดฐานนี้ อาทิ ไอซ์หีบเหล็ก คดีฆ่ายกครัวที่ภาคใต้ คดีตั้งใจที่จะฆ่าและจุดไฟเผาทั้งเป็น 

 

     เมื่อถามว่า ที่ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นการปฎิบัติหน้าที่ ไม่ได้เจตนาฆ่าผู้ตายนั้น ทางอัยการมีความเห็นอย่างไร โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ก็เป็นข้ออ้างการต่อสู้คดีของผู้ต้องหาทั่วไป ขึ้นอยู่กับพิจารณาของศาล อัยการไม่สามารถให้ความเห็นได้   

 

 

ไม่รอด! อสส. สั่งฟ้องอดีต ผกก.โจ้ และพวกรวม 7 คน คดีถุงดำคลุมหัวมาวิน