นี่เป็นภาพอีกชุดหนึ่งที่ได้มา เป็นภาพงานคอนเสิร์ต ซึ่งถูกระบุว่าจัดขึ้นในคืนวันที่ 1 ก.พ.65 ซึ่งตรงกับว้นสถาปนาอุเทนถวาย (1 กุมภาพันธ์ 2477) ชาวอุเทนฯ เรียกกันว่างาน “Blue Day” เพราะสีน้ำเงิน คือสีประจำมหาวิทยาลัย
จากภาพจะเห็นได้ว่ามีการจัดคอนเสิร์ต ใช้เครื่องเสียงขนาดใหญ่ และมีผู้คนเข้าไปร่วมจำนวนมาก ทั้งเต้น ทั้งดื่มกิน บ้างก็ขึ้นไปเต้นบนโต๊ะ มีรายงานว่าในงานมีทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน จัดกิจกรรมกันจนดึกดื่น มีเสียงดังทะลุออกไปภายนอก แต่อาจารย์และบุคลากรที่เข้าเวรอยู่ในมหาวิทยาลัยกลับไม่รู้ไม่เห็น และปล่อยให้จัดกิจกรรม ทั้งๆ ที่ขัดต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และพระราชบัญญัติโรคติดต่อ โดยแต่ละคนไม่มีใครสวมหน้ากากอนามัย จากนั้นในช่วงเช้า ก็มีกิจกรรมเข้าแถว และยิงปืนขึ้นฟ้า ตามภาพจากคลิปแรกที่ปรากฏออกสู่สาธารณะ
จากภาพยิงปืนขึ้นฟ้า มีศิษย์เก่าอุเทนถวาย ให้ข้อมูลว่า อาคารเล็กๆ เตี้ยๆ ด้านหลัง เป็นโซนที่เรียกกันว่า “ห้องน้ำหูกวาง” ซึ่งเป็นแหล่งรวมตัวของบรรดาศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน มักนัดแนะกันไปรวมตัวกันในสถานที่แห่งนี้ บ้างก็ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บ้างก็เสพของมึนเมาอย่างอื่น มีภาพที่ถ่ายจากวันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน เข้าไปตรวจค้น พบบ้องกัญชาและอุปกรณ์การเสพของมึนเมาด้านหลังอาคารนี้
สถานการณ์ในอุเทนถวาย กลุ่มศิษย์เก่าเล่าให้ฟังว่า สภาพภายในแทบไม่เหมือนกับสถานศึกษา นักศึกษาที่เข้ามาในปีแรกๆ ส่วนใหญ่รับสภาพสังคมไม่ได้ ก็ลาออกไปจำนวนมาก จากหลักร้อย เหลือเรียนในปีสูงๆ ขึ้นไปแค่หลักสิบ บางส่วนออกไปแล้ว ก็แวะเวียนกลับมา ทำตัวเป็นรุ่นพี่ เรียกว่า “เรียนได้รุ่น” คือเข้ามาเรียนเพื่อให้ได้รุ่น จากนั้นก็ออกไป หรือไม่ได้ตั้งใจมาเรียนตั้งแต่แรก เมื่อออกไปแล้วก็แวะเวียนกลับมา ตั้งกลุ่ม ตั้งตนเป็นรุ่นพี่ อบรมและแนะนำพฤติกรรมผิดๆ ให้ศิษย์ปัจจุบันบางส่วน โดยแต่ละวันจะบังคับให้มีนักศึกษารุ่นน้องนอนค้างในสถาบัน อ้างว่าเพื่อป้องกันช่างกลคู่อริบุกเข้ามา ส่วนคนอื่นๆ ก็อยู่ดื่มกินกันจนดึกจึงจะกลับบ้าน
ศิษย์เก่าจำนวนหนึ่งที่รู้สึกสะท้อนใจกับภาพยิงปืนขึ้นฟ้าที่ออกมา ให้ข้อมูลว่า ในมหาวิทยาลัยมีอาจารย์เวร และอาจารย์ที่พักอยู่ด้านในหลายคน แต่กลับปล่อยให้เกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้นได้ ถือว่าทั้งผู้บริหาร และอาจารย์ไม่ทำหน้าที่ ทั้งๆ ที่ต้องตักเตือน ลงโทษหากมีการกระทำผิด แต่สิ่งที่เกิดขึ้น เหมือนอาจารย์ปล่อยปละละเลย รู้เห็นเป็นใจ ทำให้สถานการณ์ในอุเทนฯ เป็นอย่างที่เห็นอยู่ และยากจะเยียวยา ทำให้ชื่อเสียงเก่าๆ ที่สะสมมา พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย ศิษย์เก่ารุ่นก่อนๆ ที่จบจากสถาบันแห่งนี้ ล้วนเป็นคนมีความสามารถ สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์มากมาย แต่ระยะหลังสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป ส่วนหนึ่งมองว่าเป็นเพราะการไม่เอาใจใส่ของผู้บริหารและคณาจารย์