รศ.ดร.ชนิพรรณ บุตรยี่ กรรมการบริหารแผนคณะที่ 5 สสส. และอาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า
ผักและผลไม้มงคลมักเป็นที่นิยม และเป็นที่ต้องการของตลาดมากในช่วงเทศกาลตรุษจีนซึ่งเป็นช่วงระยะสั้นๆ ทำให้เกษตรกรอาจเร่งผลผลิต และป้องกันศัตรูพืชด้วยการใช้สารเคมี จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในเรื่องของสารตกค้าง
จากการดำเนินโครงการผักและผลไม้ปลอดภัยตลอดห่วงโซ่ ทั้งการเฝ้าระวังของภาครัฐและเอกชน มักพบการตกค้างของสารกำจัดศัตรูพืชในผักและผลไม้มงคลที่นิยมนำมาไหว้ในเทศกาลตรุษจีน 3 ชนิด คือ ส้ม องุ่น แก้วมังกร ส่วนผักมี 2 ชนิด คือ คะน้า ขึ้นฉ่าย ขณะที่กะหล่ำปลีมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดทำให้ในระยะหลังพบสารตกค้างไม่เกินค่าความปลอดภัยหรือไม่พบเลย
คำแนะนำก่อนนำมารับประทาน
- แนะนำให้ล้างทำความสะอาด จะช่วยลดการตกค้างได้ส่วนหนึ่ง
- รวมถึงการประกอบอาหารด้วยการผ่านความร้อน จะทำให้สารกำจัดศัตรูพืชและจุลินทรีย์ถูกทำลาย ความเสี่ยงก็จะลดลงเรื่อยๆ
- ส่วนผักที่บริโภคสดหรือผักเคียง สามารถลดการปนเปื้อนโดยการล้าง
- แต่ด้วยผักที่บริโภคสดไม่ผ่านความร้อน ต้องเลือกซื้อจากแหล่งที่มั่นใจได้ เช่น เลือกผักออร์แกนิก หรือผักที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับรอง จะช่วยลดความเสี่ยงได้ส่วนหนึ่ง
- สำหรับผลไม้ ต้องเลือกซื้อจากแหล่งที่มั่นใจได้เช่นกัน รวมถึงแนะนำให้ล้าง และปอกเปลือกก่อนบริโภค
4 วิธีเลือกซื้อ"เนื้อหมู" ปลอดภัย ไหว้ตรุษจีน 2565
ลดอันตรายจากอาหาร ลดเสี่ยง ลดโรค เลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี
1.เนื้อหมูสด ไม่มีสีแดงคล้ำ ไม่มีเลือดคั่ง หรือมีเลือดปนผิดปกติ
2.ร้านค้าควรมีใบรับรอง นำเนื้อหมูจากโรงงานมีมาตรฐาน ไม่เป็นหมูตายเอง แล้วชำแหละขาย *สังเกตสัญลักษณ์ "ปศุสัตว์ OK" ทั้งตลาดสดและห้างสรรพสินค้า
3.ยึดหลัก 5 ประการ สู่อาหารปลอดภัย
- รักษาความสะอาด
- แยกอาหารปรุงสุก อาหารสด
- ปรุงอาหารให้สุกทั่วถึง
- เก็บอาหารในอุณหภูมิที่เหมาะสม
- ใช้น้ำสะอาดและวัตถุดิบที่ปลอดภัยในการปรุง
4.เนื้อหมูควรปรุงสุก 100%
รศ.ดร.ชนิพรรณ กล่าวว่า "กรณีโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever : ASF) จะติดต่อจากการสัมผัสโดยตรงจากสุกรที่ป่วยไปยังสุกรด้วยกัน ไม่แพร่กระจายสู่คน
อย่างไรก็ตาม ก่อนนำไปปรุงอาหารควรล้างเนื้อหมูให้สะอาด และปรุงสุกทุกครั้งเพื่อความมั่นใจว่าได้บริโภคเนื้อหมูที่ปลอดเชื้อ ปลอดภัย ควรงดบริโภคเนื้อหมูที่สุกๆ ดิบๆ ควรเลือกซื้อสินค้าจากสถานที่จำหน่ายที่เชื่อถือมีมาตรฐานรับรอง นอกจากนี้อาจจะมองหาแหล่งโปรตีนอื่นๆ ทดแทน เช่น ไข่ ปลา ไก่ เนื้อ ในเมื่อบางอย่างราคาแพงและหวังในเรื่องโปรตีน อาจจะลดปริมาณส่วนนั้นลงและไปทานโปรตีนอย่างอื่นทดแทน"
นางจงกลนี วิทยารุ่งเรืองศรี ผู้ทรงคุณวุฒิแผนอาหารฯ สสส. กล่าวว่า
การเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่เหมาะสมกับการบริโภค เช่น
- เนื้อหมูต้องมีสีชมพูสดถึงแดง แต่ต้องไม่แดงมาก
- เนื้อละเอียดไม่หยาบ
- กลิ่นต้องเป็นไปตามธรรมชาติไม่มีกลิ่นเหม็นหืน
- เมื่อใช้นิ้วกดเนื้อต้องคืนตัวได้ดีไม่เกิดรอยบุ๋มตามแรงกด
- ไม่ควรซื้อเนื้อหมูที่มีกลิ่นคาว กลิ่นเหม็นรุนแรง หรือมีเมือกลื่น
- มีสีคล้ำ หรือเนื้อหมูที่สีซีดเกินไป
- มีน้ำซึมไหลออกมา แสดงว่าเป็นเนื้อที่เสื่อมคุณภาพ
การเลือกเนื้อไก่ที่สดต้องสังเกต
- เนื้อที่มีสีชมพูเรื่อๆ ไม่มีสีแดงมาก
- สีไม่ซีดเกินไปจนเป็นสีขาว
- เนื้อต้องไม่แฟบแบน
- หนังมีสีขาวอมเหลือง เต่งตึงไม่เหี่ยวย่น
- สังเกตที่ภาชนะบรรจุต้องไม่มีน้ำนองออกมา ซึ่งแสดงว่าไก่ยังมีความสดอยู่
อย่างไรก็ตาม ก่อนนำเนื้อหมู เนื้อไก่ ไปปรุงอาหาร ควรล้างให้สะอาดและปรุงสุก 100% ก่อนบริโภคทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคต่างๆ ที่อาจปนเปื้อนมากับเนื้อสัตว์ ที่สำคัญ ควรงดบริโภคเนื้อหมูที่สุกๆ ดิบๆ และแนะนำว่าควรเลือกซื้อสินค้าจากสถานที่จำหน่ายที่เชื่อถือได้ โดยสังเกตตราสัญลักษณ์ "ปศุสัตว์OK" ทั้งในตลาดสดและห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ