"สิทธิประโยชน์ที่ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับเบื้องต้น คือ 1. การขยายเวลาการชำระหนี้ 2. การลดเบี้ยปรับ การลดดอกเบี้ย การลดค่างวดรายเดือน 3. ไม่ถูกฟ้องคดี 4. งดยึดทรัพย์ งดขายทอดตลาด ลูกหนี้จะไม่ถูกบังคับคดี และ 5. สิทธิประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย การไกล่เกลี่ยนี้ทำถูกต้องตามกฎหมาย มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร จึงอยากให้ทุกท่านมาร่วมงาน และควรมาด้วยตัวเองเพื่อชี้แจงเจ้าหนี้ ซึ่งเจ้าหนี้เห็นอกเห็นใจอยู่แล้ว อยากให้ทุกท่านมาร่วมงานนี้เพราะเราเป็นเพื่อนกัน นายกฯไม่ปล่อยให้ท่านลำบาก เมื่อมาจะสามารถมาต่อรองการผ่อนชำระได้ เพราะหากไม่มาท่านก็จะร้อนใจ และหากผิดชำระก็จะถูกดำเนินการตามกฎหมาย เราก็จะช่วยท่านไม่ได้ท่านก็ต้องช่วยตัวเอง โดยเราจะเดินหน้าจัดงานไปทุกภาคทั่วประเทศ และผมจะเดินทางไปร่วมกิจกรรมด้วยให้มากที่สุด มีหนี้ต้องแก้ไข รุกก้าวไปอย่างยั่งยืน" นายสมศักดิ์ กล่าว
นางทัศนีย์ กล่าวว่า กรมบังคับคดี รับผิดชอบการไกล่เกลี่ยหนี้หลังคำพิพากษา ซึ่งได้มีหนังสือเชิญลูกหนี้เข้าร่วมงาน ทั้งสองวันรวม 47,260 ราย ยอดหนี้ประมาณ 6,000 ล้านบาท โดยการลงทะเบียนของผู้เข้าร่วมงานสามารถลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ พร้อมสแกน QR Code ที่จะมีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนผ่านสื่อต่าง ๆ ทางสื่อออนไลน์ สื่อวิทยุ และโทรทัศน์ในครั้งนี้ ส่วนสำหรับการตรียมพื้นที่เราได้มีการจัดเตรียมสถานที่ สำหรับผู้เข้าร่วมงาน ได้แก่ มีมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามข้อกำหนดของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จุดตรวจคัดกรอง วัดอุณหภูมิ การแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน อย่างน้อย 2 เข็ม หลักฐานการตรวจโควิด ATK หรือ RT-PCR ไม่เกิน 72 ชั่วโมง กรณีไม่มีหลักฐาน สามารถตรวจ ATK ณ จุดตรวจ ก่อนเข้างาน การรักษาระยะห่าง โดยเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันของกระทรวงสาธารณสุข
นายเรืองศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มีกลุ่มเป้าหมายลูกหนี้ก่อนฟ้อง ของกยศ. และสถาบันการเงิน รวมทั้งสิ้น 48,590 ราย วงเงิน 4,186 ล้านบาท และได้เชิญศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชนใน กทม. 234 ศูนย์มาร่วมให้บริการ เราหวังลดภาระให้ประชาชน และให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างรวดเร็ว โดยขณะนี้มีศูนย์ไกล่เกลี่ยทั่วประเทศ 722 แห่ง โดยเป็นของภาคประชาชน 640 แห่ง ของภาครัฐ 82 แห่ง