svasdssvasds
เนชั่นทีวี

สังคม

"กองทัพเรือ"ตั้งศูนย์ขจัดคราบน้ำมันรั่วไหลในทะเลระยอง

27 มกราคม 2565

"กองทัพเรือ"ตั้ง"ศูนย์อำนวยการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน" ยันเร่งขจัดคราบรั่วไหลในทะเลระยอง คาดมี 20-50 ตัน ประเมินใน 5 วันสถานการณ์ดีขึ้น ขณะที่กรมควบคุมมลพิษ เผยยังไม่ห้ามบริโภคอาหารทะเล ย้ำผู้ใดก่อให้เกิดความเสียหายต้องรับผิดชอบ

27 มกราคม 2565 พล.ร.ท.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ แถลงข่าวเกี่ยวกับการจัดตั้ง ศูนย์อำนวยการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน กองทัพเรือ หรือ ศอปน.ทร. เพื่อเร่งขจัดคราบน้ำมันที่รั่วไหลในทะเล จ.ระยอง ตามที่กรมเจ้าท่าประสานมา โดยมี น.ส.พรพิมล เจริญส่ง ผู้อำนวยการกองจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ นายพิทักษ์ วัฒนพงศ์พิศาล ผู้อำนวยการสำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ กรมเจ้าท่า และ ดร.พรศรี สุทธนารักษ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 

 

"กองทัพเรือ"ตั้งศูนย์ขจัดคราบน้ำมันรั่วไหลในทะเลระยอง

 

ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน กองทัพเรือ มีหน้าที่อำนวยการ กำกับการ และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค. 65 และจะปฏิบัติภารกิจจนกว่าเหตุการณ์จะคลี่คลาย

ด้าน พล.ร.ต.วิษณุ ถูปาอ่าง ผู้อำนวยการสำนักกิจการความมั่นคง กรมยุทธการทหารเรือ กล่าวว่า ขณะนี้ได้วางแผนการขจัดคราบน้ำมันในทะเลใน 2 ลักษณะ โดยประสานกับบริษัทต่างประเทศ ด้วยการใช้เครื่องบิน ซี 130 และเจ้าหน้าที่ 3 คน ปล่อยสารขจัดคราบน้ำมัน ซึ่งเริ่มปฎิบัติงานวันนี้ (27ม.ค.) และขออนุญาต ศบค. งดกักตัวผู้ปฏิบัติงาน

 

"กองทัพเรือ"ตั้งศูนย์ขจัดคราบน้ำมันรั่วไหลในทะเลระยอง

 

ขณะเดียวกัน จากการหารือกับกรมควบคุมมลพิษ และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า จะใช้วิธีขจัดกลุ่มคราบน้ำมันขนาดใหญ่ ด้วยการใช้ทุ่นลอบกัก แล้วใช้เครื่องดูด หรือ Skimmer ดูดคราบน้ำมัน ซึ่งถือว่าเป็นสารพิษอันตรายจากทะเลสู่ถังเก็บ แล้วนำส่งกรมอุตสาหกรรมเพื่อทำการทำลายต่อไป

 

ส่วนการขจัดกลุ่มคราบน้ำมันที่มีทิศทางการเคลื่อนที่ที่เป็นอันตรายต่อชายฝั่งและพื้นที่เปราะบาง จะใช้ทุ่นล้อมเบี่ยงทิศการเคลื่อนที่ให้ออกห่างจุดเปราะบางไปสู่ทะเลเปิด แล้วทำการล้อมดักและดูดไปทำลายต่อไป ซึ่งแผนการขจัดคราบน้ำมันบริเวณชายฝั่ง แบ่งเป็น 2 ส่วน โดยแยกเป็นพื้นที่ชายฝั่งในทะเล ได้ประสานกับทางจังหวัด ในการใช้ทุ่นล้อมกันขึ้นฝั่ง ไม่ให้คราบน้ำมันขึ้นสู่ชายฝั่ง ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก

 

"กองทัพเรือ"ตั้งศูนย์ขจัดคราบน้ำมันรั่วไหลในทะเลระยอง

 

ขณะที่ พื้นที่ชายฝั่งบนบก บริเวณที่เป็นหินจะใช้การฉีดน้ำ ให้คราบน้ำมันรวมตัวกัน แล้วตักเก็บไปทำลาย ส่วนบริเวณที่เป็นหาดทราย จะใช้รถแบ็คโฮลตักคราบน้ำมันที่ปะปนกับทรายแล้วนำไปทำลาย โดยการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่จะต้องสวมชุดป้องกัน และสามารถปฏิบัติงานได้เพียง 4 ชั่วโมง ต่อวันเท่านั้น เนื่องจากสารพิษจะเป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน พร้อมยืนยันกองทัพเรือมีขีดความสามารถในการขจัดคราบน้ำมัน เพราะมีประสบการณ์ควบคุมและดำเนินการได้ โดยไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม จากการคาดการณ์ตัวเลขน้ำมันรั่วไหลอยู่ที่ 20-50 ตัน และยังมีน้ำมันคงเหลือ 5.3 ตัน ซึ่งจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและทิศทางการและทิศทางการเคลื่อนของน้ำมัน พร้อมประเมินว่าภายใน 5 วันสถานการณ์จะดีขึ้น

 

ขณะที่ นายพิทักษ์ กล่าวว่า ได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และออกประกาศห้ามเดินเรือ และห้ามทำประมงชั่วคราว ในเส้นทางที่น้ำมันรั่วไหลและบริเวณใกล้เคียง เพื่อให้เกิดความปลอดภัย แต่ยังไม่มีการห้ามประชาชนบริโภคอาหารทะเล พร้อมระบุผู้ใดก่อให้เกิดมลพิษ ผู้นั้นต้องรับผิดชอบซึ่งในที่นี้ ซึ่งหมายถึงบริษัทเอกชน ก็ว่าไปตามขั้นตอนกฎหมาย แต่ตอนนี้ต้องช่วยกันเพื่อไม่ให้คราบน้ำมันขยายวงกว้างก่อน

 

"กองทัพเรือ"ตั้งศูนย์ขจัดคราบน้ำมันรั่วไหลในทะเลระยอง

 

ด้าน น.ส.พรพิมล กล่าวว่า ได้ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเล และสนับสนุนในการขออนุญาตใช้สารเคมีขจัดคราบน้ำมัน โดยจะอนุญาตให้ใช้ ในสัดส่วน สารเคมีต่อคราบน้ำมัน 1 ต่อ 10 

 

ดร.พรศรี ระบุว่า จะต้องมีการเรียกร้องค่าเสียหายทางทะเล กับผู้ประกอบกิจการ แต่ต้องรอประเมินรายละเอียดก่อน

 

"กองทัพเรือ"ตั้งศูนย์ขจัดคราบน้ำมันรั่วไหลในทะเลระยอง