ด้าน พล.ร.ต.วิษณุ ถูปาอ่าง ผู้อำนวยการสำนักกิจการความมั่นคง กรมยุทธการทหารเรือ กล่าวว่า ขณะนี้ได้วางแผนการขจัดคราบน้ำมันในทะเลใน 2 ลักษณะ โดยประสานกับบริษัทต่างประเทศ ด้วยการใช้เครื่องบิน ซี 130 และเจ้าหน้าที่ 3 คน ปล่อยสารขจัดคราบน้ำมัน ซึ่งเริ่มปฎิบัติงานวันนี้ (27ม.ค.) และขออนุญาต ศบค. งดกักตัวผู้ปฏิบัติงาน
ขณะเดียวกัน จากการหารือกับกรมควบคุมมลพิษ และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า จะใช้วิธีขจัดกลุ่มคราบน้ำมันขนาดใหญ่ ด้วยการใช้ทุ่นลอบกัก แล้วใช้เครื่องดูด หรือ Skimmer ดูดคราบน้ำมัน ซึ่งถือว่าเป็นสารพิษอันตรายจากทะเลสู่ถังเก็บ แล้วนำส่งกรมอุตสาหกรรมเพื่อทำการทำลายต่อไป
ส่วนการขจัดกลุ่มคราบน้ำมันที่มีทิศทางการเคลื่อนที่ที่เป็นอันตรายต่อชายฝั่งและพื้นที่เปราะบาง จะใช้ทุ่นล้อมเบี่ยงทิศการเคลื่อนที่ให้ออกห่างจุดเปราะบางไปสู่ทะเลเปิด แล้วทำการล้อมดักและดูดไปทำลายต่อไป ซึ่งแผนการขจัดคราบน้ำมันบริเวณชายฝั่ง แบ่งเป็น 2 ส่วน โดยแยกเป็นพื้นที่ชายฝั่งในทะเล ได้ประสานกับทางจังหวัด ในการใช้ทุ่นล้อมกันขึ้นฝั่ง ไม่ให้คราบน้ำมันขึ้นสู่ชายฝั่ง ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก
ขณะที่ พื้นที่ชายฝั่งบนบก บริเวณที่เป็นหินจะใช้การฉีดน้ำ ให้คราบน้ำมันรวมตัวกัน แล้วตักเก็บไปทำลาย ส่วนบริเวณที่เป็นหาดทราย จะใช้รถแบ็คโฮลตักคราบน้ำมันที่ปะปนกับทรายแล้วนำไปทำลาย โดยการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่จะต้องสวมชุดป้องกัน และสามารถปฏิบัติงานได้เพียง 4 ชั่วโมง ต่อวันเท่านั้น เนื่องจากสารพิษจะเป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน พร้อมยืนยันกองทัพเรือมีขีดความสามารถในการขจัดคราบน้ำมัน เพราะมีประสบการณ์ควบคุมและดำเนินการได้ โดยไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม