ส่วนกำหนดการเข้าประชาสัมพันธ์หาเสียงของพรรคในพื้นที่ค่ายทหารนั้น ตนมองว่าเป็นข้อดี ที่เริ่มเห็นการปรับตัวของหน่วยงานรัฐ ที่เปิดพื้นที่ในค่ายทหาร โดยเนื้อหาการปราศรัยในวันที่ 27 ม.ค. จะเป็นนโยบายของพรรค รวมถึงเรื่องของการปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัย โดยเฉพาะทหารชั้นผู้น้อยที่ควรได้รับสวัสดิการเพิ่มขึ้นด้วย
นอกจากนี้ ในวันที่ 30 ม.ค. พรรคก้าวไกลเตรียมจับตาทุกหน่วยเลือกตั้งแน่นอน และจะทำให้มั่นใจได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะไม่ทำให้เกิดข้อครหาเหมือนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ส่วนในเรื่องพยานหลักฐานต่างๆเกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้งครั้งนี้ จะชี้แจงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เมื่อมีหลักฐานที่ชัดเจน ส่วนการปราศรัยใหญ่ในวันที่ 28 ม.ค. พรรคพร้อมจัดชุดใหญ่ จะเปลี่ยนความเดือดที่มีในสภาฯ มาอยู่ในการปราศรัยให้ประชาชนได้รับฟัง
อย่างไรก็ดี เพราะคือโอกาสของประชาชนชาวหลักสี่-จตุจักร ที่จะต้องทบทวนตัวเองว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาได้อะไรบ้าง ซึ่งประชาชนสามารถสื่อกับรัฐบาลโดยตรงผ่านการเลือกตั้งครั้งนี้ ดังนั้น ประชาชนต้องร่วมกันกำหนดได้ ด้วยการออกมาใช้สิทธิ์ เพื่อสะท้อนไปยังรัฐบาล แม้ว่าจะตรงกับวันหยุดตรุษจีน ที่สำคัญ อยากให้ออกมาใช้สิทธิ์ เพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาล และเพิ่มเสียงในสภาฯ ช่วงเวลาที่รัฐบาลยังเหลืออยู่
"พรรคก้าวไกลไม่หวั่นต่อแชมป์เก่า เพราะรัฐบาลเองตอนนี้ก็ยังเอาไม่รอด ไม่แน่ใจว่าพรรคพลังประชารัฐ จะรักษาเก้าอี้ไว้ด้วยเหตุผลอะไร และเชื่อว่ารักษาเก้าอี้ไว้ไม่ได้อย่างแน่นอน หลวงพ่อป้อมไม่ช่วยอะไรแล้ว" นายรังสิมันต์ ระบุ