นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพรรคก้าวไกล แสดงวิสัยทัศน์ ประกาศลั่นพร้อมชนเพื่อคน กทม. พร้อมกำจัดส่วยให้สิ้นซาก

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

หลังจากการประกาศตัวเป็นแคนดิเดตเข้าชิงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในวันนี้ (23ม.ค.65) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ได้ขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ ตอนหนึ่งว่า พร้อมชนในฐานะผู้ว่า กทม.  3 เรื่อง คือ เรื่องส่วย , เรื่องระบบราชการที่มีจำนวนมาก ทำงานซ้ำซ้อน และนายทุนทีาเอาเปรียบประชาชนคนกทม.

 

“วิโรจน์” โชว์วิสัยทัศน์ แคนดิเดตผู้ว่าฯกทม. ลั่นพร้อมชนเพื่อคนกรุง

โดยหมดเวลาที่กทม. จะซุกปัญหาไว้ใต้พรม ถึงเวลาที่จะเลือกผู้ว่าฯ ที่พร้อมชนเพื่อคนกทม. และถามว่าทำไมต้องชนทำไมไม่ร่วมมือกัน ก็เพราะเพราะปัญหาเรื่องส่วยกทม.ไม่สามารถประสานกันได้จะต้องชนเพื่อกำจัดอย่างเดียว โดยเปรียบเรื่องส่วยเป็นปรสิตกัดเซาะเกาะทั้งพ่อค้า แม่ค้า ผู้ประกอบการ ทุกวันนี้การใช้ชีวิต ค่าครองชีพก็แพงอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องจ่ายค่าคุ้มครองชีพให้ผู้ใดอีก ถ้าตนเองได้เป็นผู้ว่าฯกทม. ขอประกาศวว่าในกทม. ต้องไม่มีการรีดไถอีกต่อไป ถ้าใครมีหลักฐานส่งมาก็พร้อมที่จะลงโทษ

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า กทม. ยังมีปัญหาเกี่ยวกับระบบราชการส่วนกลาง และหน่วยงานเต็มไปหมด เห็นได้จากช่วงโควิด-19 กทม. ไม่ได้ขาดแคลนหมอ พยาบาล และเครื่องมือแพทย์ แต่ขาดการจัดการระบบสาธารณสุขที่ดี 

 

“วันนี้ยังมีคนถูกรถชนบนทางม้าลาย สิ่งที่ผู้ว่าฯ ทำได้ คือปรับปรุงทางม้าลาย 4,000 กว่าแห่งทั่วกทม.  ต้องติดตั้งไฟติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็ว ตีเส้นชะลอ ทำสัญลักษณ์ให้เห็นชัด ติดสัญญาณไฟคนข้าม และอีกสิ่งหนึ่งที่ทำไม่ได้แต่ต้องไปทำ แล้วต้องทำให้ได้แม้ไม่มีอำนาจคือการคุยกับกองบัญชาการตำรวจจราจร ให้บังคับใช้พ.ร.บ.จราจรทางบก และคนขับรถ ต้องให้สิทธิ์คนเดินข้ามทางม้าลายก่อน ทางม้าลายต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยของคนเดินข้ามถนนได้แล้ว ต่อไปนี้จะปล่อยให้คนตายบนทางม้าลายไม่ได้ หากบอกไม่ใช่อำนาจ ไม่ทำอะไรจะไม่ใช่ผู่ว่าฯ ของพรรคก้าวไกล”

 

“วิโรจน์” โชว์วิสัยทัศน์ แคนดิเดตผู้ว่าฯกทม. ลั่นพร้อมชนเพื่อคนกรุง

 

นอกจากนี้คำว่า “ชน”  ของเรา คือการไปประสาน แต่หากประสานแล้วไม่มีความคืบหน้า เราจะปล่อยให้ความทุกข์ร้อนของคนกรุงเทพมหานครอยู่อย่างเดิมไม่ได้เสี่ยงชีวิตแบบเดิมไม่ได้ เราต้องตาม หากไม่ได้ก็ต้องจี้ และทำได้ไม่ดีขึ้น ก็ต้องตามมาแก้ ทุกครั้งที่ผู้ว่าฯ ยอมคือการลอยแพคนกทม.  และบอกให้มองปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ หากใครรำคาญใจทนไม่ไหวให้ควักกระเป๋าตังค์จ่ายเอง เราต้องการผู้ว่าฯ แบบนี้หรือไม่

ซึ่งผู้ว่าฯ “วิโรจน์” ไม่ใช่แบบนี้ ยืนยันว่าต่อให้นโยบายของผู้ว่าฯ กทม. ดีเลิศประเสริฐศรีแค่ไหนหากมีความเกรงใจในหน่วยงานนั้นหน่วยงานนี้ แต่ไม่เกรงใจประชาชนคนกทม.ก็จะขับเคลื่อนนโยบายไม่ได้  ปัญหาของคนกทม. จะไม่ถูกแก้อย่างตรงไปตรงมา แต่จะถูกแก้แบบอ้อมอ้อมและเลี้ยงไข้แบบนี้ไปเรื่อยๆ  ดังนั้นผู้ว่าฯ กทม. ต้องเป็นคนชน เพื่อปกป้องประโยชน์ของคนกทม. ไม่ให้โดนเอารัดเอาเปรียบจากนายทุน เช่น ค่าโดยสารรถไฟฟ้าราคาแพง ก็เพราะมีสัญญาสัมปทานพัวพันมากกว่า 10 ฉบับ และเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน

 

นอกจากนี้สัญญยารถไฟฟ้าสายสีเขียว ยังดูลึกลับซับซ้อนดำมืด หากตนเองเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะเปิดเผยสัญญานี้ทำที และผลักดันให้เกิดตั๋วร่วมให้ได้ ผู้ว่าฯกทม. ทำงานคนเดียวไม่ได้ ต้องมีส.ส. ที่กล้าหาญอย่างพรรคก้าวไกลในสภาฯ ต้องทำงานสอดประสานกัน ผู้ว่าฯ ไม่จำเป็นที่เป็นคนมีเทคนิคพิเศษ เป็นคนธรรมดาก็ได้ แต่ต้องมองคนกทม. ให้เป็นเหมือนพี่น้อง เป็นเหมือนญาติ เป็นเหมือนคนในครอบครัว และต้องทุ่มเททำงานหนักมีเจตจำนงที่มุ่งมั่นที่จะทำงานบริหารลงรายละเอียดเก็บทุกเม็ด เพื่อปกป้องชีวิตของคนกทม.

 

“วิโรจน์” โชว์วิสัยทัศน์ แคนดิเดตผู้ว่าฯกทม. ลั่นพร้อมชนเพื่อคนกรุง

 

ถ้าผู้ว่าฯ ชื่อ”วิโรจน์” กทม. ไม่จำเป็นต้องเป็นเมืองที่ติดระดับโลกเพื่อคนอื่น หรือคนต่างชาติต้องการมาใช้ชีวิตในบั้นปลายชีวิต แต่ต้องเป็นเมืองที่คนที่คนมีชีวิตอยู่ที่แห่งนี้มีลมหายใจที่นี่อยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี ต้องเป็นเมืองที่มีสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่ดี ที่คนกทม. ทุกคนฝากผีฝากไข้พึ่งพาได้ ต้องพร้อมเป็นฟูกผืนนึง ที่ทำให้คนกทม. มั่นใจว่าหากวันหนึ่งเขาล้มจะไม่เจ็บหนัก และพร้อมที่จะยืนขึ้นใหม่ได้ หากเปรียบกทม. เป็นโรงเรียน จะไม่ใช่เฉพาะเอาแต่ห้องเด็กห้องคิง ไม่ใช่ประคบประหงมแต่เด็กแลกเปลี่ยน และทิ้งขว้างนักเรียนคนอื่นในโรงเรียน

 

“เราสามารถส่งผ่านอนาคตที่ดี ไปให้ลูกหลาน จะขอใช้ดีเอ็นเอ ของพรรคก้าวไกล ผมพร้อมชนทุกปัญหาเพื่อคนกทม. จะแก้ปัญหาอย่างตรงไปตรงมา เอาผลประโยชน์คนกทม. เป็นตัวตั้ง จะปักธงอนาคตที่แตกต่างหลากหลายให้เดินไปพร้อมกัน หมดเวลาที่จะซุกปัญหาไว้ใต้พรหม ถึงเวลาที่พร้อมชนเพื่อคนกทม. หากคนกทม. ต้องการพร้อมชนทุกปัญหาตนก็อาสา เป็นคนๆ นั้นที่จะสะบัดพรหมมห้คนกทม. ซึ่งได้เวลาเก็บกวาดแล้ว”

 

“วิโรจน์” โชว์วิสัยทัศน์ แคนดิเดตผู้ว่าฯกทม. ลั่นพร้อมชนเพื่อคนกรุง

 

จากนั้นนายวิโรจน์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงการตัดสินใจ ลงสมัครผู้ว่า กทม.ว่า ที่ผ่านมาทำงานด้านนโยบายมาตลอด  และอยู่กับทุกกระบวนการการคัดเลือก พยายามค้นหาคนที่เหมาะสมที่จะขับเคลื่อนนโยบาย โดยที่ไม่หวั่นเกรงกับอำนาจใดๆ ไม่หวั่นเกรงกับผลประโยชน์ที่อยู่ตรงหน้าและในท้ายที่สุด กรรมการบริหารพรรคก็ตัดสินใจเลือกเลือกตนเอง

 

พร้อมขอบคุณที่หลายคนบอกว่ารู้สึกเสียดายกับการทำหน้าที่ ส.ส.  ซึ่งงานในสภาก็สำคัญ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือการบริหารชีวิตคนกรุงเทพมีชีวิตให้ดีขึ้นได้  จึงไม่รู้สึกเสียดายกับตำแหน่ง ส.ส.  เพราะตำแหน่งผู้ว่าจะเป็นบทพิสูจน์ว่าสามารถทำงานให้ประชาชนมากกว่า นายวิโรจน์  กล่าวด้วยว่าการลงสมัครผู้ว่าไม่ได้ต้องการแข่งกับใคร  แต่โจทย์ใหญ่แข่งกับใจของคนกรุงเทพฯ

 

ขณะที่นายพิธา กล่าวว่าการตัดสินใจเลือกนายวิโรจน์เอาสถานการณ์เป็นตัวตั้ง ไม่ได้คิดว่าจะเป็นคนนอกหรือคนใน แต่ต้องการคนที่เหมาะสมที่สุดสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ  และนายวิโรจน์เองก็มีจุดแข็งคืออุดมการณ์ที่มั่นคง อยู่กับพรรคมานาน และเชื่อว่าความเป็นตัวตนสามารถเข้ากับคนกรุงเทพฯได้  จึงมั่นใจการส่งนายวิโรจน์จะตอบโจทย์คนกรุงเทพกับสถานการณ์ในขณะนี้  และหวังจะชนะการเลือกตั้ง ไม่ใช่การเล่นการเมืองแต่เป็นการพัฒนาเมือง