กระทรวงสาธารณสุข ย้ำชัด ในขณะนี้ ยังคงเตือนภัยโควิด-19 ทั่วประเทศ เป็นระดับที่ 4 ยังไม่ลดการเตือนภัยโควิด โดยเน้นพื้นที่กรุงเทพฯปริมณฑล และจังหวัดสีฟ้า ที่เป็นพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว ที่ยังคงขอความร่วมมือให้เคร่งครัดมาตรการด้านสาธารณสุข เพราะพบสัญญาณการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น
หากจะมองในภาพรวมการฉีดวัคซีน ประเทศไทยขณะนี้ ยอดฉีดวัคซีนสะสม 112 ล้านโดส ถือว่าเป็นการฉีดวัคซีนเยอะที่สุดของประเทศไทย แบ่งเป็นเข็ม 1 ร้อยละ 72 เข็ม 2 ร้อยะล 67 และเข็ม 3 ร้อยละ 15.8
โดยการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ และมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการเร่งฉีดวัคซีน และร่นระยะเวลาฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้เร็วขึ้น ซึ่งวัคซีนที่นำมาใช้ฉีดเข็ม 3 มากที่สุด คือ ไฟเซอร์ ส่วนการฉีดวัคซีนเข็ม 4 ตอนนี้เน้นในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงก่อน
"ตามสูตรการฉีดวัคซีนหากได้รับวัคซีนสุดไขว้ ซิโนแวคเข็มที่ 1 และตามด้วย แอสตร้าฯ เข็มที่ 3 ควรจะเป็น แอสตร้าฯ แต่หากฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ ครบ 2 เข็มเข็มที่ 3 ก็จะเป็นวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งปีนี้ได้มีการเตรียมวัคซีนเข็มกระตุ้น แบ่งเป็น วัคซีนแอสตร้าฯ 60 ล้านโดส และไฟเซอร์ 30 ล้านโดส" นพ.เกียรติภูมิ ระบุ
ขณะเดียวกัน ยังพบว่าในกลุ่มผู้สูงอายุ รับวัคซีนเข็ม 1 เพียงร้อยละ 70 หมายความว่า ในผู้สูงอายุ 100 คน ก็อาจจะมีผู้สูงอายุอีก 20-30 คน ไม่ได้รับวัคซีน เนื่องจากเข้าไม่ถึง ไม่มั่นใจ กังวลถึงผลข้างเคียง จึงขอเชิญชวนให้เข้ารับวัคซีน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปและป่วยเรื้อรัง และนอนติดเตียง บุตรหลานควรที่จะพามาฉีดวัคซีนโควิดหรือประสานงานให้สาธารณสุขใกล้บ้านไปฉีดวัคซีนให้ถึงที่