“ทวี สอดส่อง” นำคณะรับฟังปัญหาประชาชนได้รับผลกระทบ จาก พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2562 เขาบูโด-สุไหงปาดี หวังปชช.มีกรรมสิทธิ์ที่ดินทำกินของตัวเอง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

17 มกราคม 2565 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ นายกูเฮง ยาวอหะซัน ส.ส.เขต 3 นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส. เขต 4 นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ส.ส.ปัตตานี นายอับดุลอายี สาแม็ง ส.ส.ยะลา และนายมูฮัมหมัดรุสดี เชคฮารูณ รองโฆษกพรรค ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของผู้ได้รับผลกระทบจาก พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2562 (เขาบูโด-สุไหงปาดี) ณ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต บ้านมาแฮ ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส โดยมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเรื่องที่ดินทำกินเข้าร่วมประชุมครั้งนี้

 

"ประชาชาติ"หวังสางปมกรรมสิทธิ์ที่ดินเขาบูโด-สุไหงปาดี

 

อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่ครั้งนี้ พรรคประชาชาติได้ประชุมร่วมกับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับปัญหาที่ดินและการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินบริเวณพื้นที่ เขาบูโด-สุไหงปาดี เพื่อรวบรวมข้อมูล รับฟังความคิดเห็น แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสิทธิ์ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชน ประชุมหารือเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน และผลกระทบของประชาชนเพื่อนำไปสรุป เตรียมนำเสนอต่อ ครม.เพื่อนำไปพิจารณาปรับปรุงออกกฎหมายให้เกิดความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนต่อไป

โดย พ.ต.อ.ทวี กล่าวภายหลังร่วมประชุมว่า วันนี้ (17ม.ค.) พรรคได้รับเรื่องของประชาชนที่ได้รับผลกระทบที่เกิดจากพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2562 ซึ่งได้มีการแก้ไขฉบับเดิม ปรากฏว่ามีผลกระทบอย่างรุนแรงกับประชาชนใน 3 จังหวัดที่เรียกว่า เขาบูโด-สุไหงปาดี ทรายขาว รวมถึงพื้นที่อื่นๆ เพราะว่าในพ.ร.บ.ฉบับนี้ มีบทบัญญัติหลายมาตราที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน สำคัญที่สุด คือ อุทยานเทือกเขาบูโด-สุไหงปาดี แต่เดิมมีการใช้พ.ร.บ.เดิม พบว่าไปทับที่ดินของประชาชนที่อาศัยอยู่ประมาณ 260,000 ไร่ ซึ่งกระทบในวงกว้าง

 

ทั้งนี้ ซึ่งในขณะนั้นกฎหมายฉบับเดิมไปบังคับใช้ไม่ได้ โดยมีมติ ค.ร.ม.หลายฉบับ เช่น มติ ครม.2541 มติ ครม.2551 ว่าให้มีการพิสูจน์ว่าประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นั้น อยู่ก่อนประกาศอุทยานหรือหลังประกาศอุทยาน และพบว่ามีการพิสูจน์โดยหน่วยงานราชการและประชาชน ซึ่งการพิสูจน์ไม่ได้พิสูจน์แค่เฉพาะความเป็นอยู่เท่านั้น ยังพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์อีกด้วย โดยมีการใช้ GPS จนกระทั่งทางราชการได้รับว่า ประกาศอุทยานแห่งชาติเดิมได้ทับที่ของประชาชน และมีการมอบเอกสาร

 

"ประชาชาติ"หวังสางปมกรรมสิทธิ์ที่ดินเขาบูโด-สุไหงปาดี

ขณะที่ ปี 2562 ได้มีพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติฉบับนี้ มาใช้บังคับว่าคนที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นผู้ทำผิดกฎหมายทั้งหมด ทั้งที่เดิม 4.7 ล้านไร่ เป็นที่พิสูจน์ แต่กฎหมายในขณะนั้นได้ประกาศว่าเป็นผู้บุกรุก ซึ่งในขณะนั้นมีภาคประชาชนได้ลงชื่อ 10,000 กว่าชื่อ เพื่อมีกฎหมายของตัวเอง แต่ปรากฏว่ากฎหมายในขณะนั้นไม่ได้เอากฎหมายของประชาชนมา ก็คือมีกฎหมายมาตราหนึ่ง มีการผ่อนคลายว่าถ้าใครที่สามารถพิสูจน์ว่าอยู่มาก่อนให้มาแจ้งภายใน 240 วัน ซึ่งรัฐจะไปพิสูจน์ว่าประชาชนบุกรุก หรือรัฐบุกรุกประชาชน ซึ่งประชาชนเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวนั้น กระทบเป็นวงกว้างพร้อมกับให้อำนาจเจ้าของพื้นที่ออกกฏหมายลูก

 

นอกจากนี้ กฎหมายฉบับดังกล่าวยังละเมิดสิทธิ์ เช่น สามารถจับกุมโดยไม่มีหมายศาล สามารถดำเนินการควบคุมเรื่องอาชีพ ทุกคนจึงมีความเห็นว่าต้องทำความเข้าใจกับประชาชน โดยเฉพาะเทือกเขาบูโด-สุไหงปาดี ขอเพียงว่าพื้นที่ที่ประชาชนอยู่ก่อนประกาศอุทยานฉบับเก่า อยู่ก่อนกฎหมายที่ดิน ขอให้ประชาชนมีสิทธิ์เป็นเจ้าของตามสิทธิ์ทั่วไป ซึ่งพบว่า 90% ประชาชนอยู่ก่อนพ.ร.บ.อุทยาน พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ รวมถึงกฎหมายที่ดิน

 

"ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาไม่ใช่แค่ 3 จังหวัดแต่ยังเป็นปัญหาของคนทั้งประเทศ ซึ่งถ้าประเทศไทยยังไม่มีความเป็นธรรม ความขัดแย้งก็จะมีทุกหนแห่งเพราะแผ่นดินเป็นที่อยู่ของคน" พ.ต.อ.ทวี กล่าว

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด