ด้าน นายบรรจง สุกรีฑา เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า สมอ. ในฐานะผู้แทนประเทศไทยในคณะกรรมการว่าด้วยอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า ได้เจรจาทวิภาคีกับอินเดียเพื่อหารือร่วมกันในการลดปัญหาอุปสรรคทางการค้าแล้ว แต่อินเดียยังไม่ยกเลิกมาตรการดังกล่าว จึงจำเป็นต้องยกระดับการเจรจา โดย สมอ. จะหยิบยกประเด็นมาตรการดังกล่าวนี้ รวมทั้งข้อเสนอของประเทศไทยในการประชุม Committee on TBT ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-11 มีนาคม 2565 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยจะเรียกร้องให้อินเดียยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าเครื่องปรับอากาศที่บรรจุสารทำความเย็น เนื่องจากขาดเหตุผลทางวิทยาศาสตร์และเป็นการปฏิบัติไม่เท่าเทียมกันระหว่างสินค้าที่ผลิตในประเทศกับสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ รวมทั้งขอให้ขยายเวลาการบังคับใช้กฎระเบียบควบคุมคุณภาพเกี่ยวกับการนำเข้าเคมีภัณฑ์และปิโตรเคมี จาก 180 วัน เป็น 360 วัน เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มีเวลาในการเตรียมความพร้อม
นอกจากนี้ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ขอให้อินเดียพิจารณาการตรวจประเมินโรงงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (remote audit) เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกทางการค้าและนอกจากประเด็นมาตรการของอินเดียแล้ว ยังมีประเด็นเสนอให้อินโดนีเซียพิจารณาการใช้กลไกความตกลง ASEAN Harmonized Electrical and Electronic Equipment Regulatory Regime (AHEEERR) ในการรับรองผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศที่ส่งออกไปยังอินโดนีเซีย เพื่อไม่ต้องมีการตรวจสอบซ้ำ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่าย เลขาธิการ สมอ. กล่าวทิ้งท้าย